เขมรเชียร์ “แดง-ส้ม” ไม่เอา “น้ำเงิน” ใครได้ ใครเสีย
จากกรณี”แก้ว เรมี” รัฐมนตรีอาวุโส และประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา โพสต์เกี่ยวกับการเมืองภายในของไทย โดยระบุว่า “ถ้า”อนุทิน”แพ้เลือกตั้งวันที่ 8 กพ. จะมีโอกาสเกิดสงครามมีต่ำมาก และชักชวนคนไทย ช่วยลงคะแนนให้พรรคเพื่อไทย หรือ พรรคประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดการสู้รบรอบที่ 3”
หากจะมองเป็นเรื่องแปลก เรื่องตลก หรือเรื่องซีเรียสก็คงไม่ผิดอะไร แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนแต่การกระทำดังกล่าวนั้นเข้าข่ายผิดมารยาทอย่างยิ่ง เพราะเป็นการก้าวก่าย แทรกแซงการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเพื่อนบ้านที่ดี เขาไม่ทำกันแต่บังเอิญ”กัมพูชา”ไม่ใช่เพื่อบ้านที่ดี เพราะลอบกัดไทยตลอด และเปิดศึกโจมตีสู้รบกันแล้วถึง 2 รอบ ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ดังนั้นการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว ย่อมไม่เป็นผลดีกับประเทศไทยอย่างแน่นอน
“อนุทิน ชาญวีรกุล” พูดในฐานะนายกฯของคนไทยว่า เขาไม่มีสิทธิ์มาขู่คนไทย ให้เลือกใคร หรือ ไม่เลือกใคร และนี่คือชัดแล้วว่าเขามีโอกาสแพ้ราบคาบ เพราะฉะนั้นเราอย่าทำให้เขาสมใจ ขณะที่ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รัฐมนตรีต่างประเทศ แสดงออกชัดเจนกล่าวในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ของกระทรวงการต่างประเทศว่า รับไม่ได้กับการแสดงความคิดเห็นดังกล่าว เพราะเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทย เป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์
“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรคประชาชน เตือนสติคนไทย อยากให้คิด 2 ชั้น เพราะกัมพูชารู้บริบททางการเมืองไทย รู้ว่าพรรคการเมืองใดจะได้ประโยชน์ และรู้ว่าความรู้สึกของคนไทย จะส่งผลต่อคะแนนความนิยมต่อพรรคการเมือง ดังนั้นหากคิดวิเคราะห์ 2 ชั้นแล้ว ก็จะพบ กรณีนี้น่าจะเป็นแผนสกัดไม่ให้ “ส้มล้มเทา”สกัดไม่ให้พรรคส้ม ไปล้มดีลเทาๆ หรือสกัดไม่ให้พรรคประชาชน เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
เพราะพรรคประชาชน มีความชัดเจนในการปราบปรามสแกมเมอร์ ขณะที่ “รังสิมันต์ โรม” ก็โพสต์ Facebook ว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของไทยอย่างโจ่งแจ้ง และไม่ใช่ครั้งแรกที่เครือข่าย”ฮุน เซน” แสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ในขณะที่ฝั่งพรรคเพื่อไทย กลับไม่มีท่าทีใดๆออกมา
ต่างจากนักเคลื่อนไหวการเมืองอย่าง “สุริยะใส กตะศิลา” คณบดีวิทยาลัยผู้นำและนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์ข้อความ ระบุว่า “รมต.กัมพูชา ควรบอกชาวเขมรว่า”ไม่มีฮุนเซน ไม่มีสงคราม”
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ชาวโซเชียลของเมืองไทย ก็เสียงแตกเป็นเสี่ยงๆ มีมุมมองต่อเรื่องนี้แตกต่างกันออกไป มีทั้ง กลุ่มที่จะสนับสนุน “อนุทิน” และตัดสินใจจะเลือกพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอนแล้ว แต่บางคน ก็ตั้งข้อสังเกตุว่า เป็นการหาเสียง เป็นหัวคะแนนให้ “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทยหรือไม่
บางคนยังระบุด้วยว่า “พูดแบบนี้ก็รู้แล้ว ว่าเชียร์อนุทิน แผนตื้นๆ,บางคนก็มองว่า “หรือว่า พวกเขมร เป็นพวกเดียวกัน กับภูมิใจไทย อย่างที่เขาว่านะ น่าคิดนะ, หรือบางคนที่ระบุ “พรรคนึงมีผลประโยชน์ร่วม อีกพรรคด้อยค่าทหารตัวเอง ขะแมร์ชอบ” เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม จากความเห็นในโซเชียล มีทั้งคนที่ตกลงปลงใจ จะเทคะแนนให้ “อนุทิน” และพรรคภูมิใจไทย และมีคนที่ตั้งคำถามกับ พรรคภูมิใจไทย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกัมพูชาหรือไม่ อีกทั้งบางคนก็ตัดสินใจเลือกอีกพรรคการเมือง ที่ไม่ถูกกล่าวถึงจากฝั่งเขมรอย่างชัดเจน
ดังนั้น การเคลื่อนไหวในโซเชียลของฝั่งกัมพูชา ต่อการเลือกตั้งของไทยในครั้งนี้ส่งผลกระทบ ต่อคะแนนนิยมของพรรคการเมืองที่ถูกพาดพิงอย่างชัดเจน มีทั้งบวก และลบ ปะปนกันไป แต่ภาพรวม เขมรไม่น่าจะสมหวัง…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





