หยุดยิงเปราะบาง “ไทย–เขมร” ยังเสี่ยงปะทะรอบ 3 ?

Hot Clips Video

 

แม้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทยและกัมพูชา จะเพิ่งลงนามไปได้เพียง 10 วัน แต่สถานการณ์ชายแดน กลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อเกิดเหตุยิงปืน ค. จากฝั่งกัมพูชามาตกเข้ามาในอธิปไตยไทย ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า “เป็นอุบัติเหตุ” ซึ่งในทางทหาร การยิงปืน ค.ไม่ใช่อาวุธที่หลุดเป้าได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงหลังการหยุดยิงที่ทุกการเคลื่อนไหวถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด

 

โดยพลจัตวา นิด ณารง รองเสนาธิการ ภูมิภาคทหารที่ 4 ประธานกองเลขานุการคณะกรรมการชายแดน ส่วนภูมิภาคกัมพูชา – ไทย ทําหนังทําหนังสือส่งถึง กองทัพภาคที่ 2 ระบุว่าเหตุระเบิดในพื้นที่มุมเบีย (ช่องบก) จ.พระวิหาร เกิดจากทหารกัมพูชาเผาขยะภายในฐานที่ตั้งในเขตอธิปไตยกัมพูชา ก่อนมีกระสุน DKZ ตกค้างระเบิด

 

ส่งผลให้ทหารกัมพูชาบาดเจ็บ 2 นายยืนยันเป็นอุบัติเหตุ พร้อมแสดงความเสียใจ และย้ำยึดมั่นข้อตกลงหยุดยิงและการแก้ปัญหาโดยสันติวิธีตามกรอบทวิภาคี

 

จากนั้นกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์ทันที ระบุสามารถควบคุมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ได้อย่างต่อเนื่อง กำลังพลมีความพร้อมและปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยไทยตามกฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมย้ำไทยยึดมั่นข้อตกลง ใช้ความอดกลั้น และไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

 

โดยคาดหวังให้กัมพูชาสอบสวนเหตุการณ์อย่างจริงจัง กำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำและประสานงานผ่านกลไกทวิภาคี เพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ชายแดนให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

 

ที่สำคัญเหตุการณ์นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการทดสอบความจริงใจของข้อตกลงหยุดยิง แต่อาจกำลังเป็นสัญญาณเตือนว่า การปะทะรอบที่ 3 กำลังใกล้เข้ามา

 

โดยท่าทีของฝ่ายไทยถือว่าชัดเจนและแข็งกร้าวกว่าช่วงก่อนหน้า การประกาศเตือนว่า หากเกิดเหตุลักษณะนี้อีกไทยจะดำเนินการตอบโต้ถือเป็นการขีด “เส้นแดง” ทางยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนนี่ไม่ใช่การเปิดศึกแต่เป็นการส่งสัญญาณว่าไทยจะไม่ยอมให้การละเมิดอธิปไตยถูกอธิบายว่าเป็นความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

ในทางความมั่นคงนี่คือการขยับจากโหมด “อดกลั้นเพื่อการทูตไปสู่การป้องปรามเชิงรุก เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย

 

แต่ประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ต่างหวั่นใจว่าจะเกิดเหตุปะทะรอบที่ 3 หลังเพิ่งได้กลับเข้าบ้าน ใช้ชีวิตตามปกติเพียงไม่นาน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่มีการประเมินถึงโอกาสปะทะรอบที่ 3 ตรงกัน ว่า ในระยะสั้น โอกาสเกิดการปะทะรอบใหญ่ยังไม่สูงด้วยเหตุผลสำคัญ 4 ประการ

 

1.ต้นทุนทางการเมืองของกัมพูชาสูงมาก หากฝ่าฝืนหยุดยิงซ้ำ จะสูญเสียความชอบธรรมในเวทีอาเซียนและนานาชาติ

2.การตอบโต้ก่อนหน้านี้ของไทย ทำให้กัมพูชารับรู้ถึงต้นทุนของการยกระดับความขัดแย้ง

3.แรงกดดันจากประเทศที่สามที่ไม่ต้องการเห็นความขัดแย้งลุกลามในภูมิภาค

และ4.เศรษฐกิจของทั้งสองประเทศยังเปราะบางการเปิดฉากปะทะรอบใหม่ จะกระทบเสถียรภาพภายในทันที

 

นอกจากนี้ ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา นักวิชาการด้านความมั่นคง ได้ให้ความเห็นในประเด็นงบประมาณการปฏิบัติการทางทหารของไทยต่อกัมพูชา หลังประชาชนมีการตั้งคำถาม ที่ย้ำว่า “งบการรบไม่ใช่ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน” แต่เป็น “ต้นทุนเพื่อป้องกันความเสียหายในอนาคต” ตามหลัก Cost of Action ต้องต่ำกว่าการไม่ดำเนินการ

 

จากการประเมินตามมาตรฐานสากล งบการรบของไทยน่าจะอยู่ราว 2–3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุมค่าเคลื่อนกำลัง ซ่อมบำรุงยุทโธปกรณ์ การคงสภาพพร้อมรบ การข่าว และการบังคับบัญชารวมถึงค่าเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งต่ำกว่าความเสียหายหากปล่อยให้วิกฤตลุกลาม

 

ถือว่าคุ้มค่าเชิงยุทธศาสตร์ เพราะไทยควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่เกิดสงครามเต็มรูปแบบ รักษาอธิปไตยและความเชื่อมั่นของประเทศ พร้อมย้ำว่าตัวเลขเป็นการประมาณเชิงนโยบายตามหลักเศรษฐศาสตร์การทหาร ไม่ใช่งบบัญชีทางการ แต่สะท้อนการตัดสินใจที่จำเป็นและมีเหตุผลของรัฐในการปกป้องผลประโยชน์ชาติระยะยาว

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ เพราะความเสี่ยงปะทะชายแดนยังไม่หมดไป เพราะข้อตกลงหยุดยิง ยังขาดกลไกควบคุมภาคสนามที่เข้มแข็ง ขณะที่กำลังทหารระดับแนวหน้าอาจเผชิญแรงกดดันหรือความเข้าใจไม่ตรงกัน โอกาสเกิดเหตุปะทะจากความผิดพลาดหรือการยั่วยุก็ยังคงมีอยู่

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews