เขมรฉวยโอกาสพักรบฟ้องนานาชาติ กล่าวหาไทยยึดพื้นที่
เขมรฉวยโอกาสพักรบฟ้องนานาชาติ กล่าวหาไทยยึดพื้นที่
ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา สงบ ไร้ความเคลื่อนไหว แต่กัมพูชาได้ฉวยโอกาสออกแถลงการณ์ประท้วงไทยอย่างรุนแรง กล่าวหาว่า ไทยใช้กำลังทางทหารละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง แม้ภายหลังมีข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศรับรู้ และกดดันไทยให้ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ 11 ข้อ โดยกล่าวหาการใช้กำลังทางทหารละเมิดอธิปไตย และยึดครองดินแดนในหลายจังหวัดตามแนวชายแดน อ้างการปฏิบัติการทางทหารของไทย ระหว่าง 7–27 ธ.ค. 2568 ซึ่งมีการยึดและควบคุมพื้นที่กัมพูชา 4 จังหวัด คือ บันทายมีชัย โพธิสัตว์ พระวิหาร และโอดาร์มีนชี่ มีการทำลายสิ่งปลูกสร้างพลเรือน และทำให้ประชาชนกัมพูชาพลัดถิ่น
กัมพูชาย้ำว่า การกระทำดังกล่าวขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ อนุสัญญาเจนีวา และข้อตกลงร่วมหลายฉบับ พร้อมเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังทหาร เคารพกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) และแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
อีกทั้งยังเรียกร้องให้ไทย หยุดกิจกรรมทางทหารทันที ถอนกำลังและยุทโธปกรณ์ออกจากดินแดนกัมพูชา เคารพคำสั่งและกระบวนการ JBC และปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและแถลงการณ์ร่วมอย่างเคร่งครัด พร้อมขอแรงสนับสนุนจากนานาชาติ เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศสนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนตามกฎหมายและข้อตกลงที่มีอยู่
ด้านฝ่ายคงมั่นคงไทย โดย พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้ข้อเท็จจริง ต่อสาธารณชนและประชาคมระหว่างประเทศ กรณีข้อกล่าวหาที่ฝ่ายกัมพูชา ได้เผยแพร่ภายหลังการมีผลบังคับใช้ของข้อตกลงหยุดยิง และประเทศไทยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการรุกล้ำดินแดนอย่างสิ้นเชิง และยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ประเทศไทยเคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของทุกประเทศ รวมถึงยึดหลักการไม่ใช้กำลังตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยปฏิบัติตามถ้อยแถลงร่วมที่ไทยและกัมพูชาเห็นชอบร่วมกันอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยปฏิบัติตามกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน ประเทศไทยยึดมั่นในการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี และการเจรจาทวิภาคี โดยเฉพาะผ่านกลไก JBC
ขณะที่ พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า พื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้เข้าไปควบคุมในปัจจุบันนั้น แต่เดิมล้วนเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชา นำกำลังทหารเข้ามาวางกำลัง และประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยรุกล้ำอธิปไตยไทย จึงเป็นฝ่ายกัมพูชามากกว่า ที่มีการเข้ายึดดินแดนบางส่วนของไทย และประชาชนกัมพูชารุกล้ำเข้ามาตั้งชุมชนบ้านเรือนในเขตอธิปไตยไทย ในลักษณะผิดทั้งกฎหมายของประเทศไทย และหลักกฎหมายระหว่างประเทศมานานกว่า 40 ปี โดยมีรัฐเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยใช้กลไกตามกรอบ MOU ยื่นหนังสือประท้วง ร่วมกับกลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครอง แต่ไม่เคยได้รับการแก้ไขและความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น
ซึ่งสิ่งความท้าทายสำคัญต่อจากนี้ คือ การบริหารความขัดแย้งไม่ให้ “ถ้อยคำทางการทูต” ลุกลามกลายเป็น “แรงปะทะในสนามจริง” เป็นรอบที่ 3 หลังประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนต่างกังวลใจ ว่าอาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง แม้ตอนนี้จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติ และเริ่มมีการค้าขายตามแนวชายแดนบ้างแล้ว แต่ก็ต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลา หากต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดิม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





