Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

ยอดรวม 3 วันอุบัติเหตุปีใหม่ตายแล้ว 145 ราย เตรียมแผนรับประชาชนกลับกรุง

 

 

 

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วัน ของการรณรงค์ (30 ธ.ค. 68-1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิต รวม 145 ราย เน้นสื่อสารให้ประชาชนที่เดินทางช่วงหยุดยาวต่อเนื่องขับรถด้วยความไม่ประมาท พร้อมเตรียมดูแลการเดินทางกลับของประชาชน

 

 

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม  เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและความร่วมมือของภาคีเครือข่ายได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 2 มกราคม 2569 ซึ่งเป็นวันที่สามของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 326 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 317 คน ผู้เสียชีวิต 54 ราย

 

 

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 40.18 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 29.45 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 76.92 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 78.22 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.81 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 22.91 โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (16 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (18 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (7 ราย)

 

 

 

นายจิระพงศ์ กล่าวต่อว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสม ในช่วง 3 วัน (30 ธ.ค. 68-1 ม.ค. 69) เกิดอุบัติเหตุรวม 798 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 769 คน ผู้เสียชีวิต รวม 145 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ ภูเก็ต (34 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ ภูเก็ต (38 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (12 ราย)

 

 

อย่างไรก็ตามในวันที่ 2 ม.ค. 69 ยังเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง ในพื้นที่ยังคงมีการเดินทางระหว่างอำเภอและจังหวัดค่อนข้างมาก ขอให้ประชาชนขับรถด้วยความไม่ประมาท เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า ไม่เบรกกะทันหัน คาดเข็มขัดนิรภัยและสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่ สำหรับประชาชนบางส่วนได้เริ่มวางแผนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร และกลับไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ล่วงหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่หนาแน่น โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่เดินทางในสายอีสานและสายเหนือ ศปถ. จึงได้เน้นย้ำจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  (อปท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

 

 

โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมวางแผนเตรียมพร้อมรองรับการเดินทางกลับ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเส้นทางต่าง ๆ ทั้งในส่วนของรถโดยสารสาธารณะให้เพียงพอ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณรถกว่า 700,000 คัน ทั้งรถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล ที่ยังคงอยู่ในพื้นที่และทยอยเดินทางกลับในช่วง 1-2 วันข้างหน้านี้ ทั้งนี้ ได้เน้นการตั้งจุดตรวจ จุดบริการ การเตรียมเปิดช่องทางแยกและเปิดช่องทางพิเศษ และการบังคับใช้กฎหมาย

 

 

พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบมาตรการความปลอดภัยต่างๆ และเพิ่มความระมัดด้วยความระมัดระวัง   ใช้อุปกรณ์นิรภัยทั้งการคาดเข็มจัดนิรภัยและการสวมหมวกกันน็อค เว้นระยะระหว่างรถคันหน้า ในส่วนของการคุมเข้มถนนทางหลวงและเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดให้กวดขันการใช้ความเร็วและการง่วงหลับใน เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุรุนแรง

 

 

ด้านนายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า ในช่วงระยะนี้ที่จะมีประชาชนบางส่วนเริ่มเดินทางกลับกรุงเทพมหานครและพื้นที่ต่างๆ ซึ่งคาดว่าปริมาณรถจะหนาแน่นที่สุดในวันที่ 4 ม.ค. 2569 ศปถ. จึงประสานสั่งการจังหวัด อำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มความเข้มข้นเรื่องการตั้งจุดตรวจในพื้นที่ต่างๆ และให้ท้องถิ่น ท้องที่ ดูแลเรื่องด่านชุมชนอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดพฤติกรรมเสี่ยง เมาแล้วขับ พร้อมตั้งจุดบริการในจุดที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการหลับในและการชนท้าย สำหรับในจังหวัดที่เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติ

 

 

 

จากข้อมูลสถิติการเกิดอุบัติของเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเกิดอุบัติเหตุทางถนน ได้กำชับพื้นที่ให้เน้นการตรวจใบอนุญาตขับขี่ การกวดขันวินัยจราจร การขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มไม่ขับ การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ผู้ขับขี่ รวมถึงการตรวจสอบสัญญาณไฟและป้ายจราจร และที่สำคัญ คือการสร้างความตระหนักรู้ด้านการจราจรช่วงเทศกาลทั้งผู้ขับขี่และเดินเท้าทั้งขาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อให้การเริ่มต้นปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความสุขและความปลอดภัย

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

 

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube