ในการเลือกตั้ง 2569 ที่เพิ่งมีการเปิดรับสมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขต และบัญชีรายชื่อไปแล้วนั้น หลายพรรคการเมือง ชูธงไม่เอาทุนเทา ปราบโกง ปราบทุจริตคอร์รัปชั่น
ประกาศไม่จับมือกับบางพรรค เพราะเรื่องทุนเทา ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ดีนโยบายหนึ่ง และได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) โดยดร.มานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรฯ ได้มีการจัดอันดับ ข่าวการทุจริตคอร์ปชั่นประจำปี 2568 พร้อม ระบุว่า ปี 2568 เป็นปีแห่งการ “โกงเป็นเครือข่าย” มีหลายเหตุการณ์ที่นักการเมืองชนชั้นนำได้ทำเรื่องที่ผิดต่อความคาดหวังของสังคมอย่างไม่เกรงกลัวใคร และไม่สนใจจริยธรรม
คดีดังทุจริตคอร์ปชั่นปี 2568 มีดังนี้ 1.อาคารตึก สตง.ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว แต่พบว่าต้นเหตุหลักมาจาก คอร์รัปชั่น ที่ทำให้มมีผู้เสียชีวิตมากถึง 86 คน เสียหายกว่า 2 พันล้านบาท
มีการยื่นฟ้องร้องหลายหน่วยงานให้ตรวจสอบ แต่ไม่ปรากฏตัวคนบงการ และสาเหตุที่ตึกถล่มอย่างแท้จริง แม้จะมีการสั่งฟ้องแล้ว 23 รายก็ตาม
คดีที่ 2 พระระดับเจ้าคุณหลายรูปโกงเงินวัดโดยเฉพาะกรณีสีกากอล์ฟ มีมากถึง 13 ราย สร้างวิกฤตศรัทธา ต่อพระพุทธศาสนา เป็นอย่างมาก ความเสียหายราว 385 ล้านบาท และพฤติกรรมโกงเงิน โกงศรัทธาสาธุชนยังถูกแฉต่อเนื่องถึงพระชื่อดังอื่น เช่น ข่าวพระอลงกต และอีก 181 ราย ที่ตำรวจสอบสวนกลางปูพรมไล่จับ
คดีที่ 3.การยึดและอายัดทรัพย์ 3 เครือข่ายสแกมเมอร์กว่าหมื่นล้านบาท ของกลุ่ม “ยิม เลียก – เบน สมิธ – ก๊ก อาน และ เฉิน จื้อ” โดยรัฐบาล และ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการ แต่ที่น่าสนใจ
และสะกิดใจสังคม คือข่าว และภาพถ่ายของคนดัง ระดับอดีตนายกฯ และนายกฯคนปัจจุบัน รวมถึง รัฐมนตรี หลายคน ตลอดจนแคนดิเดตนายกฯ ที่จะเลือกตั้งกันใหม่ ที่ปรากฏสู่สังคมต่อเนื่อง
ว่าพวกเขาเกี่ยวข้องได้เสียกันมากน้อยเพียงใด และกลายเป็นเครือข่ายส่วยสินบนของตำรวจ นักการเมือง นักธุรกิจไทย กับเครือข่ายทุนเทาระดับโลก หรือไม่ ,
คดีต่อมา รพ.ทหารผ่านศึก ถูกเปิดโปงการขบวนการทุจริตยาที่ทำมานาน 7 ปี มีหมอและผู้ร่วมขบวนการกว่า 20 คน สร้างความเสียหายราว 80 ล้านบาท
คดีที่ 5 “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรก ที่ติดคุกจริง หลังติดคุกทิพย์ เป็นเวลานานโดยอาศัยพรรคพวกเพื่อนพ้องในฝ่ายการเมือง ร่วมกับข้าราชการบางคนในกรมราชทัณฑ์ และหมอโรงพยาบาลตำรวจบิดเบือนกฎหมาย และความจริงที่ชั้น 14 กระทั่งภาคประชาชน ดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง มีการพิสูจน์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แพทยสภา จนนำไปสู่คำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองทำให้”ทักษิณ” ต้องกลับเข้าเรือนจำจนถึงปัจจุบัน,
คดีที่ 6 พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมพวกกว่า 200 นาย ถูกคณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.)มีมติชี้มูลความผิดทางวินัย ข้อหารับเงินจากขบวนการส่วยเว็บพนันออนไลน์ นับเป็นข่าวมัวหมองที่สุดของวงการตำรวจในรอบปี
คดีที่ 7.พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อดีตรองประธานสภาผู้แทน ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยพ้นจากตำแหน่ง เพราะ “ทำผิดรัฐธรรมนูญ” จากการเสนองบประมาณโครงการที่มีลักษณะเป็นการจัดงบ เพื่อลงพื้นที่ตัวเองเข้าข่ายมีส่วนได้เสียในใช้งบประมาณมูลค่า 443 ล้านบาท ในปี 2568, คดีที่ 8 สำนักงานประกันสังคม กับข่าวฉาวในการจัดทำปฏิทินปีละ 50 ล้านบาท ซื้อตึกเก่า 7 พันล้านบาท แพงกว่าราคาตลาดเท่าตัวจ้างทำแอปพลิเคชันแพงเว่อร์มูลค่า 850 ล้านบาท และความพยายามขาย “หุ้นบางจาก” ให้กับบริษัท ชาเตอร์ กรุ๊ป จนตกเป็นข่าวอื้อฉาว
และสุดท้าย ห้องลับในเรือนจำ เพื่อบริการนักโทษ VVIP โดยมี ผบ.เรือนจำ เป็นตัวการใหญ่ ซึ่งตอกย้ำอีกครั้งว่าเรือนจำว่าแทบทุกแห่งเต็มไปด้วยการทุจริต รับส่วยสินบนจากนักโทษ เพื่อสิทธิพิเศษ จนกลายเป็นหนึ่งในข่าวฉาวแห่งปี ที่กระบวนการยุติธรรมไทย ต้องปรับปรุงยกเครื่องใหม่อีกครั้ง ประกอบกับการเลือกตั้งครั้งนี้ หลายพรรคชูนโยบายปราบปรามทุจริต คอร์รัปชั่น ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพรรคการเมืองเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จในสนามเลือกตั้ง และสามารถดำเนินนโยบายที่หาเสียงไว้ได้อย่างเป็นรูปธรรมต่อไป…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews