ยุบสภาแล้ว! เลือกใครล่ะ “พูดจริง ทำจริง มีอุดมการณ์ ไม่เทา”
“ประชาชนอยากได้คนแบบไหนเป็น สส.และนายกรัฐมนตรี” คือหัวข้อ ในการทำโพลของสวนดุสิต เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏว่า ในสวนของ สส.อยากได้ คนที่ พูดจริงทำจริง ขยัน อดทน ซื่อสัตย์ ส่วนนายกรัฐมนตรี ต้องมีอุดมการณ์ก้าวหน้า มีวิสัยทัศน์ กล้าทำอะไรใหม่ ๆ ไม่เล่นเกมการเมือง ไม่โกง ไม่เทา
และจากข้อสรุปนี้ จะกลายเป็นโจทย์ใหญ่ เป็นการบ้านสำคัญของบรรดาพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังการประกาศยุบสภา ตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา รวมถึงมีสถานการณ์สู้รบชายแดนไทยกัมพูชาอีกครั้ง ทหารพลีชีพไปแล้วหลายนาย บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องอพยพหลายแสนคน กลายเป็นบริบทใหม่ ให้พรรคการเมือง ในการเฟ้นหาตัวบุคคลมาลงสนามเลือกตั้ง เพื่อให้ตอบโจทย์ ตรงใจประชาชน เจ้าของอำนาจตัวจริง
พรรคการเมืองไหน หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคไหนบ้าง ที่ตรงกับความต้องการของประชาชน”พูดจริง ทำจริง มีอุดมการณ์ และไม่เทา” เริ่มจาก พรรคสีน้ำเงินภูมิใจไทย ที่นักวิเราะห์หลายคน มองว่าเป็นเต็ง 1 เพราะมีความพร้อม มีความได้เปรียบ
จากการเป็นรัฐบาลรักษาการ สโลแกนของพรรค “พูดแล้วทำ” ก็น่าจะตอบโจทย์ “พูดจริง ทำจริงได้” แต่อาจมีข้อกังขา ในประเด็น”ไม่เทา” เพราะ 2 แคนดิเดต นายกฯ ทั้ง “อนุทิน ชาญวีรกุล และ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” ถูกปล่อยภาพมีความสนิทสนมกับ”เบน สมิธ”แก๊งค์สแกมเมอร์
แม้เจ้าตัวจะชี้แจงไปแล้ว รู้จัก แต่ไม่สนิท เป็นภาพเก่า 10 ปีก่อน ก็ตาม รวมถึงถูกโจมตี ยุบสภา หนีการตรวจสอบ ลอยตัวเหนือปัญหาชายแดน
ต่อมาพรรคประชาชน ค่ายส้ม ดีกรีแชมป์เก่าปี 66 ผลงานมีมากขึ้น และน่าจะตอบโจทย์ เรื่อง”พูดจริง ทำจริง” ได้บ้าง เพราะ สส.หลายคนทำผลงานได้ดีในหลายประเด็น แคนดิเดตนายกฯ ที่เปิดมา 3 ชื่อ แม้ 2 คนจะสุ่มเสี่ยง แต่ อีก 1 ถือว่าคุณสมบัติครบ ตอบโจทย์ ได้เป็นอย่างดี
เว้นแต่มีเรื่องเก่า 112 ที่ประชาชนบางส่วนอาจคาใจ ตลอดจน สส.หลายคนยังพุ่งเป้าโจมตี ดิสเครดิตทหารและกองทัพ ก็อาจส่งผลกระทบได้ในสถานการณ์แบบนี้
ส่วนพรรคแดง “เพื่อไทย” มีการปรับลุคใหม่ ปรับทีมบริหารใหม่ เพื่อหวังสลัดคราบเก่าๆ โดยเฉพาะการไปจับมือกับลุงๆ ซึ่งไม่ตรงกับที่หาเสียงไว้ ก็อาจจะเป็นจุดอ่อน ทำให้ถูกเมินได้ ถ้ายึดตามผลโพลของสวนดุสิต แต่ก็ต้องรอการเปิดตัว แคนดิเดตนายกฯอีกครั้ง เพราะอาจจะว้าว เรียกคะแนนนิยมคืนกลับมาได้ เพราะพรรคน้ำเงิน ก็เซไปกับน้ำท่วมเหมือนกัน
พรรคอื่นๆที่เหลือ ถูกมองว่าเป็นแถว 2 เป็นตัวประกอบ ประชาธิปัตย์ ที่รีแบรนด์ใหม่ เอา”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ซึ่งมีจุดเด่นเรื่อง คำไหนคำนั้น ซื่อสัตย์สุจริต มีอุดมการณ์ ไม่โกง ไม่เทา ก็อาจจะโดนใจ ประชาชนอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่ง่าย เพราะค่ายสีฟ้า อ่อนแอลงไปมากในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา โอกาสจะพลิกฟื้นกลับมาได้อีกครั้ง คีแมนย์หลัก และคนรุ่นใหม่ที่เหลืออยู่ คงต้องออกแรงกันหนักพอสมควร
ถัดมา “พรรคกล้าธรรม” ของ “รอ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่มีจุดเด่นเรื่อง “พูดจริงทำจริง” สไตล์นักเลง ใจถึงพึ่งได้ ก็น่าจับตา แม้ก่อนหน้านี้ ถูกโจมตี ถูกเชื่อมโยงเรื่องเทา พอสมควร จากกรณี สส.บางคนมีคดีความเว็บพนันออนไลน์ อาจต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้ตอบโจมย์ของประชาชนตามผลโพล
เช่นเดียวกับ “รวมไทยสร้างชาติ” ของ”พีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค” เดิมทีเคยขาย DNA “ลุงตู่” แต่ตอนนี้ เหลือ”ลุงพี”คนเดียว และประกาศมาแล้ว ตนเอง “ทำก่อนแล้วค่อยพูด”มีผลงานเรื่องพลังงานการันตี ต้องรอลุ้นว่าจะตอบโจทย์ ตรงใจประชาชนอยู่หรือไม่
ส่วนพรรคใหม่ๆ จะโดนใจประชาชน ที่ต้องการ นายกรัฐมนตรี มีอุดมการณ์ก้าวหน้า มีวิสัยทัศน์ กล้าทำอะไรใหม่ ๆ ไม่เล่นเกมการเมือง ไม่โกง และไม่เทา อย่าง พรรคเศรษฐกิจ ของ “พล.อ.รังษี กิตติญาณทรัพย์” พรรคไทยภักดี ของ “นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม”
และ พรรคไทยก้าวใหม่ ที่มี “ดร.เอ้-สุชัชชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” เป็นตัวชูโรง ก็อาจเป็นตัวเลือกได้ทั้งสิ้น เพราะแต่ละพรรคก็มีจุดแข็ง และจุดอ่อนแตกต่างกันไป ส่วนพรรคไหน จะเข้าตา จะถูกใจประชาชนมากที่สุด ต้องรอพิสูจน์กันในวันลงคะแนน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





