Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

ภาพถ่ายร่วมเฟรม “เบน สมิธ” อาจสะเทือนเสถียรภาพรัฐบาล

กลายเป็นที่วิพากษ์วจารณ์ในวงกว้าง หลังจากโลกออนไลน์ มีการเผยแพร่ภาพชุดที่แสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ ระหว่าง เบน สมิธ บุคคลต่างชาติที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ มีการถ่ายร่วมเฟรมกับบุคคลสำคัญระดับรัฐบาลไทย

 

ได้แก่ นาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมถึงบุคคลระดับสูงอดีตข้าราชการ/ทหาร/ตำรวจบางคน

 

การเปิดเผยภาพดังกล่าวในช่วงเวลาที่รัฐบาลเพิ่งแถลง “ปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์และอายัดทรัพย์สินมูลค่า หลายพันล้านบาท” กลับสร้างคำถามในสังคมว่า ถ้ารัฐบาลจริงจังกับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์จริง ก็ยากที่จะอธิบายภาพ “ร่วมเฟรม” ของบุคคลระดับสูงกับผู้ถูกกล่าวหาอย่างชัดเจน

 

แม้นายกฯ อนุทิน จะยอมรับว่า รู้จักกับ เบน สมิธ จริง แต่ยืนยันว่า “ไม่ได้สนิท” และไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจใด ๆ กับเขา โดยอ้างว่าเคยเจอ “ประมาณ 5-6 ครั้ง” ในงานทางการหรือสังคมทั่วไป และไม่เคยคบหาหรือทำธุรกรรมร่วมกัน

 

ขณะที่ “เอกนิติ” ให้ข้อมูลว่า ภาพเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 5 ปีก่อน ในฐานะที่เขาไปเป็นอาจารย์ในหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นงานที่มีคนจำนวนมาก พบปะแลกเปลี่ยนนามบัตรกันทั่วไป และยืนยันว่า หลังจากนั้น “ไม่ได้ติดต่อ คบหา หรือทำธุรกิจร่วม” กับ เบนสมิธ อีกเลย

โดยทั้งสอง ระบุ ยินดีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ และพร้อมให้ความร่วมมือกับการบังคับใช้กฎหมายกับเครือข่ายที่ผิดจริงอย่างเคร่งครัด

 

หากวิเคราะห์เกี่ยวกับภาพหลุดครั้งนี้สร้าง “ความกังวลทางการเมือง” ต่อรัฐบาลในหลายมิติ ในด้านความเชื่อมั่นของประชาชนถูกกระทบ หลายคนอาจมองว่า ถ้าผู้บริหารระดับสูงเคยพบปะกับผู้ต้องสงสัยสแกมเมอร์ (แม้ในอดีต) รัฐบาลจะสามารถ ปราบปรามอย่างจริงจังได้อย่างไรอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่ต้องอายัด

 

เชื่อมั่นของประชาชนถูกกระทบ หลายคนอาจมองว่า ถ้าผู้บริหารระดับสูงเคยพบปะกับผู้ต้องสงสัยสแกมเมอร์ (แม้ในอดีต) รัฐบาลจะสามารถ ปราบปรามอย่างจริงจังได้อย่างไรอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเมื่อมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลที่ต้องอายัด ข้อครหาทางการเมือง ฝ่ายคู่แข่งทางการเมือง

 

เช่น พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ “อนุทิน-เอกนิติ” ชี้แจงที่มาของภาพ และให้ “ปลดอดีตที่ปรึกษากฎหมาย” ที่มีความเกี่ยวข้องกับ เบน สมิธ ออกจากรัฐบาล เพื่อแสดงความจริงใจและความโปร่งใสในการปราบปรามสแกมเมอร์

 

เสถียรภาพรัฐบาลถูกโยกย้าย ถูกกดดันหนัก โดย ภาพหลุดสร้างแรงกดดันให้รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนทั้งในแง่ “คดีที่ต้องมีความจริงจัง” และ “ความโปร่งใสทางการเมือง” ถ้าไม่ชี้แจงชัด หรือมีหลักฐานเชื่อมโยงจริง อาจกระทบต่อความชอบธรรมของรัฐบาลในสายตาประชาชน

 

แม้ นายกฯ อนุทิน” และ “นายเอกนิติ” จะออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียง “คนรู้จักในอดีต” และไม่มีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจ แต่สำหรับสังคม ภาพเดียวก็เพียงพอที่จะสั่นคลอนความเชื่อมั่น และตั้งข้อสงสัยต่อเจตนาของรัฐบาลในนโยบายปราบปรามสแกมเมอร์

 

สิ่งที่รัฐบาลควรเร่งทำเพื่อเรียกความไว้วางใจคืนคือ เสริมมาตรการตรวจสอบความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ในด้านคดี ที่ต้องพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมว่า รัฐบาลชุดนี้ มีความมุ่งมั่นแลพตั้งใจที่จะปราบปรามสแกมเมอร์อย่างจริงจังไม่ใชเพียงแค่วาทะกรรมหาเสียงในช่วงใกล้เวลาเลือกตั้งนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube