ที่ศูนย์รับแจ้งความตำรวจสอบสวนกลาง นางสาว นลิน โรจนวัทธิกร เจ้าของเพจ “ห้วยแถลง” นำผู้เสียหายจำนวน 13 คน เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ กองบังคับการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.)
เพื่อขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ใน กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ “ตำรวจไซเบอร์” ในข้อสงสัยว่าอาจ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
กลุ่มผู้เสียหายอ้างว่า เมื่อปี 2567 ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ ให้ดำเนินคดีกับ นางสาวนุ่น หรือ “นุ่น หวยทิพย์” และพวก ที่ร่วมกันหลอกลวงประชาชนในหลายรูปแบบ ทั้งการอ้างขาย โควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาล (สลากทิพย์), การนำเข้า สินค้าปลอดภาษีจาก King Power, การ ซื้อขายนาฬิกาแบรนด์เนม รถยนต์ อสังหาริมทรัพย์
ไปจนถึงการ ฝากงานเข้าหน่วยงานรัฐ สร้างความเสียหายให้ผู้เสียหายรวมกว่า 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังจากแจ้งความกลับไม่มีความคืบหน้าในคดี จนกระทั่งครบกำหนดควบคุมตัวผู้ต้องหาใน 7 ผัด โดยไม่มีการส่งฟ้องต่ออัยการ ต่างจากกรณีของ นางลักษณ์ อายุ 51 ปี หนึ่งในผู้เสียหายรายใหญ่ ซึ่งสูญเงินกว่า 173 ล้านบาท ที่นำหลักฐานเดียวกันไปยื่นฟ้องศาลเอง และศาลได้ ประทับรับฟ้องทันเวลาก่อนครบผัดสุดท้าย
ส่งผลให้เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศาลพิพากษาจำคุก ผู้ต้องหา 3 ราย โดยมี “นุ่น หวยทิพย์” รวมอยู่ด้วย
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา “นุ่น หวยทิพย์” ได้ ให้การรับสารภาพ และลงนาม เซ็นชำระหนี้กับผู้เสียหายรายดังกล่าว แต่คดีของผู้เสียหายอีกหลายรายยังคงเงียบ ไม่มีการเรียกสอบปากคำหรือขอเอกสารเพิ่มเติม แม้ผู้เสียหายจะไปแจ้งความแล้วในกว่า 20 สถานีตำรวจทั่วประเทศ
ทั้งในเขต กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด บางรายถึงขั้นได้รับหนังสือจากอัยการว่า “สำนวนอ่อน ไม่สามารถฟ้องได้”
น.ส. นลิน กล่าวว่า ตนและผู้เสียหายรู้สึกสงสัย ว่าทำไมคดีที่มีพยานและหลักฐานชัดเจนถึงไม่มีความคืบหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า “นุ่น หวยทิพย์” อาจมี เครือข่ายทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง โดยเผยว่า นุ่นมีญาติเป็นนักการเมืองพรรคหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และสามีของนุ่นเองก็เป็นสมาชิกในพรรคเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรม แอบอ้างชื่อหัวหน้าพรรคการเมืองภาคอีสานรายหนึ่ง เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อ ถึงขั้นมีการ แชตพูดคุยในลักษณะหลอกลงทุน และมีการตรวจพบเส้นทางการเงินบางส่วนที่ถูกโอนต่อไปยัง บัญชีที่เกี่ยวข้องกับหัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าว
“เราไม่ต้องการจะกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน แต่ทุกอย่างมีเอกสารการโอนเงินและข้อความแชตชัดเจน วันนี้จึงนำมามอบให้ บก.ปปป. เพื่อขอให้ตรวจสอบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับเรื่อง ทำไมถึงปล่อยให้คดีล่าช้า และจะถือเป็นการ ละเว้นหน้าที่ หรือไม่ เราเชื่อว่าความยุติธรรมต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าจะผู้ต้องหามีเส้นสายหรืออิทธิพลจากที่ใด
ขอเพียงให้ตำรวจและอัยการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียหายกว่า สิบชีวิตที่ต้องสูญเงิน และเสียศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews