ที่ดินเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ยังคงเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของสังคม หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนยันว่า เป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย และต้องเร่งดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ที่บุกรุกครอบครอง แต่การบังคับคดีครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องทางกฎหมาย หากยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของสาธารณะ ว่ากฎหมายจะศักดิ์สิทธิ์จริงหรือไม่
การรถไฟแห่งประเทศไทย เดินหน้าฟ้อง แม้รัฐบาลเปลี่ยนมือ
แม้การเมืองเปลี่ยนผ่านมาอยู่ในมือรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีฐานการเมืองหลักในจังหวัดบุรีรัมย์ แต่การรถไฟฯ ยืนยันเดินหน้าฟ้องร้องและปกป้องสิทธิ์ในที่ดินกว่า 5,000 ไร่ โดยไม่หวั่นแรงเสียดทานจากกลุ่มการเมืองท้องถิ่น จุดยืนเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นบททดสอบความเป็นมืออาชีพขององค์กรรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่ควรหวั่นไหวต่ออิทธิพลการเมือง
โดยล่าสุด นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ลงนามในหนังสือ ลงวันที่ 29 กันยายน 2568 สำนักงานอาณาบาล เรื่อง ขออนุมัติให้ฟ้องคดี ฟ้องเพิกถอนหรือฟ้องขับไล่ผู้ยึดถือครอบครองที่ดินเลขที่ 3466 และเลขที่ 8564 บริเวณแยกเขากระโดง ตำบนอิสาณ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
ซึ่งก่อนหน้านี้ กระทรวงคมนาคม โดยมีข้อสั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และการรถไฟฯ ได้ทำหนังสือขอความอนุเคราะห์อัยการสูงสุด รับดำเนินคดีแทน การรถไฟฯ โดยยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับช้อนที่ดินของการรถไฟฯ ขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากผู้ถือเอกสารสิทธิ์ และผู้ยึดถือครอบครองในบริเวณทางแยกเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปัจจุบัน สำนักงานอัยการสูงสุดยังไม่แจ้งกลับมา
โดยการรถไฟฯ ย้ำว่า ที่ดินบริเวณแยกเขากระโดงนั้นเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ดินของรัฐเพื่อกิจการของการรถไฟแห่งประเทศไทย อันจะสามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ให้กับประชาชนทั่วไปได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยพยายามเรียกคืนที่ดินดังกล่าวมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่สนใจของประชาชนทั่วประเทศ และเป็นคดีที่มีการนำเสนอข่าวทางสื่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง
จึงจำเป็นต้องยื่นฟ้องคดีต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับซ้อนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย
สังคม – ความคาดหวังกับบรรทัดฐาน
ทั้งนี้ ประชาชนและภาคประชาสังคมเฝ้าติดตามด้วยความหวังว่า คดีเขากระโดงจะกลายเป็น “บรรทัดฐาน” ให้กับทุกคดีที่ดินของรัฐ ถูกบุกรุกครอบครองโดยผู้มีอิทธิพล คำถามสำคัญคือ รัฐบาลจะยอมให้กระบวนการกฎหมายดำเนินไปตามหลักนิติธรรม หรือจะปล่อยให้ผลประโยชน์ท้องถิ่นกลบเสียงกฎหมาย
รัฐบาลภูมิใจไทย – ท่าทีที่ถูกจับตา
ขณะที่ รัฐบาลในปัจจุบันพยายามรักษาสมดุล โดยหลีกเลี่ยงการออกความเห็นตรงไปตรงมา แต่ทุกการเคลื่อนไหวถูกสังคมจับตามองเป็นพิเศษ เพราะพื้นที่เขากระโดงอยู่ในจังหวัดฐานเสียงสำคัญของพรรค หากรัฐบาลเลือก “นิ่งเฉย” หรือ “ประนีประนอม” อาจถูกวิจารณ์ว่าปกป้องผลประโยชน์มากกว่าหลักการ
ฝ่ายค้าน – กดดันตรวจสอบ
ฟากฝั่งของ ฝ่ายค้านโดยเฉพาะพรรคก้าวไกลและเพื่อไทยเดิม (ที่ปัจจุบันไม่ใช่แกนนำรัฐบาล) ใช้คดีนี้เป็นประเด็นโจมตี ตั้งคำถามถึงความจริงใจของรัฐบาลภูมิใจไทย พร้อมกดดันให้มีความโปร่งใสและเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ เพื่อไม่ให้เกิดการลูบหน้าปะจมูก
บทสรุป – ศึกเขากระโดงคือบทพิสูจน์
คดีเขากระโดงจึงไม่ใช่แค่ข้อพิพาททางที่ดิน แต่คือ “สนามทดสอบ” ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ว่าจะยืนหยัดเหนือการเมืองและอิทธิพลท้องถิ่นได้จริงหรือไม่ การรถไฟฯ ยังคงยืนยันความเป็นเจ้าของ แต่ปลายทางของคดีนี้ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลและกระบวนการยุติธรรม จะสามารถตอบความคาดหวังของสังคมได้หรือไม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews