เปิดข้อดี-ขอเสีย เปิดด่านชายแดนไทยกัมพูชา ใครได้ประโยชน์?
ในขณะนี้เกิดการถกเถียงในวงกว้างเกี่ยวกับแนวคิดที่จะเปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราด ซึ่งมีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านทั้งคนในพื้นที่และภาคประชาชน และมีเงื่อนไขหลายอย่างที่เพิ่งตกลงกันผ่านการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC และการประชุม คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC ว่าอาจจะเปิดด่าน “บางประเภท / บางจุด” แบบมีเงื่อนไข ไม่เปิดโดยไร้การควบคุม ทำให้เรื่องของแนวคิดการเปิดด่าน กลายเป็นประเด็นร้อน ทั้งในชุมชนชายแดน ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และโซเชียลมีเดีย ข้อถกเถียงแบ่งเป็นสองขั้วชัดเจน โดยฝ่ายที่เห็นด้วย อ้างว่า จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจ ขณะที่อีกฝ่ายกังวลเรื่องอธิปไตยและความมั่นคงของพื้นที่
ข้อมูลจากกรมการค้าระหว่างประเทศ สรุปข้อมูลการค้าชายแดน ว่า ก่อนปัญหาการปิดด่าน การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาในระดับประเทศมีมูลค่ามหาศาล ใน ปี 2024 มีมูลค่ารวมประมาณ 175.5 พันล้านบาท โดยไทยส่งออกราว 141.9 พันล้านบาท แต่เมื่อต่างฝ่ายเริ่มปิดจุดผ่านแดน ผลกระทบปรากฏชัด เดือนกรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมามูลค่าการค้าชายแดนดิ่งลงจนติดลบ 97.5% เหลือเพียง 376 ล้านบาทในเดือนนั้น สะท้อนการชะงักของช่องทางการค้าอย่างรุนแรง
ขณะที่เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ บางส่วน ในจันทบุรี-ตราด ต่างประเมินว่า “การเปิดด่านบางจุด” จะช่วยคืนรายได้ให้ชุมชนทันที ฟาร์มผลไม้ ร้านค้าริมทาง และธุรกิจท่องเที่ยวชายฝั่งต่างเผชิญรายได้ลดลงอย่างมากจากการปิดแดน แรงงานข้ามชาติที่เคยช่วยงานเก็บเกี่ยวหายไป ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านอีกกลุ่มยืนยันว่า ความมั่นคงและอธิปไตยต้องมาก่อน เพราะชาวบ้านกังวลเรื่องการถอนกำลัง อาวุธ การเคลียร์เขตแดน และความเสี่ยงจากการลักลอบสินค้าและบุคคลที่อาจเพิ่มขึ้นหากด่านเปิดโดยไม่มีเงื่อนไขชัดเจน
ซึ่งเสียงสะท้อนของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดด่านในช่วงนี้ สอดคล้องกับคำเตือนของ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่ระบุว่า ฝั่งนั้นมีทั้งบ่อนคาสิโน และที่หลอกลวงทางโซเชียลมีเดียตลอดแนวชายแดน สินค้าบางส่วน เช่นปูนซีเมนต์ น้ำมัน จะกลับมาทำร้ายทหารไทย
การทำให้เขาไม่เดือดร้อน รบกับประเทศไทยก็อยู่ได้ เพราะเขามีกินตลอด นี่คือเหตุผลว่าทำไมต้องปิดด่าน การเปิดด่านทำให้เขาเข้มแข็ง น้ำมันและปูนซีเมนต์ รวมถึงเครื่องอุปโภค บริโภคก็จะเข้าไป ซึ่งมาจากประเทศไทยทั้งนั้น แม้กระทั่งเรื่องการเปิดด่านมีประชาชน ถูกมอมเมาจากบ่อนการพนัน หมดเนื้อหมดตัว เป็นหนี้สิน อันนี้ก็มาจากเรื่องการเปิดด่านจึงไม่รู้ว่าเป็นประโยชน์ของใคร
ขณะที่ ท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดด่านว่า หากจะเปิดด่านต้องมีการบรรลุข้อตกลงอะไรอีกเยอะแยะ อีกทั้งยังต้องรอคณะรัฐบาลของตนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการก่อน ตอนนี้ตนยังไม่สามารถไปสั่งการหรือให้นโยบายอะไรได้
นายทรงฤทธิ์ โพนเงิน นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง ให้ข้อมูลว่า การเปิดหรือปิดด่านชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา มีผลกระทบต่อกัมพูชา อย่างมาก โดยเฉพาะต่อหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงและมีอาวุธหนักภายในกองทัพกัมพูชา เป็นกองบัญชาการองครักษ์ กองกำลังสุดท้ายของ ซึ่งใช้งบประมาณปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 หมื่นล้านบาท เพื่อเลี้ยงกำลังพล 35,000 คน และ ซื้ออาวุธอันทันสมัย เพื่อค้ำบัลลังก์ของตนเอง โดยแหล่งเงินส่วนใหญ่ได้มาจากรายได้ของ บ่อนกาสิโน ดังนั้น การเปิดด่านชายแดนไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่มีความสำคัญต่อการไหลเวียนเงินทุนและความมั่นคงของฮุนเซน
อีกด้านหนึ่ง ชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจเรื่องด่านชายแดนในขณะนี้เป็นอำนาจของรัฐบาล
ทั้งนี้ ภาคประชาสังคม มองว่า หากรัฐบาลจะเดินหน้าเปิดด่านในพื้นที่จันทบุรี-ตราด คำถามสำคัญที่ต้องตอบให้ชัดคือ จะคุ้มไหมถ้าต้องแลกความมั่นคงเพื่อเศรษฐกิจระยะสั้น ถ้าทำได้แบบเป็นขั้นเป็นตอน มีเงื่อนไขทางการทหาร การตรวจสอบ และมีการประเมินเชิงสถิติประกบ การเปิดด่านอาจเป็นทางช่วยฟื้นเศรษฐกิจท้องถิ่นได้จริง แต่ถ้าขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวด ผลประโยชน์ระยะสั้นที่ได้อาจกลายเป็นภาระระยะยาวต่อความมั่นคงและอธิปไตยของพื้นที่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews