Home
|
คลิปข่าวทั่วไป

“ทักษิณ” เบี้ยวนัด! ฟังคำสั่งคดีชั้น 14 อาจถูกศาลฎีกาออกหมายจับ

 

วันที่ 9 กันยายนนี้ นับเป็นอีกวันสำคัญที่สังคมไทยจอบตา ในกรณีที่ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำสั่ง กรณีการบังคับโทษจำคุกแก่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่ หรือที่รู้จักในชื่อ “คดีชั้น 14”

 

ซึ่งหลังจากศาลทำการการไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงรวม 7 นัด เรียกพยานบุคคลรวม 31 ปากขึ้นเบิกความ จากนั้นศาลมีคำสั่งให้นายมานพ ชมชื่น ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และนายทักษิณ ชินวัตร เข้าฟังคำสั่งศาลในวันที่ 9 ก.ย. เวลา 10.00 น.

 

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรง และเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทั้งกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุนเซน ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะไปด้วย ทำให้เกิดการลอบบี้พรรคการเมืองเพื่อ โหวตนายกรัฐมนตรี ตามรายชื่อแคนดิเดท

 

ปรากฏว่า นายทักษิณ เดินทางออกนอกประเทศ ด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ในตอนแรกอ้างว่าจะไปหาหมอที่ประเทศสิงคโปร์ สุดท้าย บินไกลไปถึงดูไบ พร้อมกับ โพสต์โซเชียล อ้างว่า อยากมาหาหมอที่เคยรักษาและ เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน 2 ปี โดยยืนยันจะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเย็นของวันที่ 8 สิงหาคมนี้ อย่างแน่นอน

 

การเดินทางออกนอกประเทศของนายทักษิณดังกล่าว ร้อนมาถึงตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ที่ถูกกระแสสังคมถาโถมเข้าใส่ทันทีว่าเหตุใดจึงปล่อยให้นายทักษิณเดินทางออกนอกประเทศได้ ทั้งที่ใกล้จะถึงวันนัดฟังคำสั่งในคดีชั้น 14 ที่ศาลฎีกาฯ นักการเมืองมีกำหนดนัดไว้ ในเรื่องดังกล่าว พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2 ชี้แจงว่า นายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้โดยสาร ในเที่ยวบิน T7GTS ซึ่งเป็นเที่ยวบินส่วนตัว เพื่อเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ จึงได้ทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบ พบว่า ไม่มี คำสั่งศาลห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด รวมถึงไม่มีหมายจับคดีอาญา ที่ต้องการตัวเพื่อนำไปดำเนินคดีแต่อย่างใด

 

เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง จึงตรวจอนุญาตให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 การดำเนินการทั้งหมด เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ และระเบียบ กฎหมาย โดยปกติทุกประการ

 

สอดคล้องกับข้อมุลของแหล่งข่าวในสำนักงานศาลยุติธรรม ที่ระบุว่า เมื่อศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องนาย ทักษิณคดี 112 แล้วโดยไม่ได้สั่งขังไว้ระหว่างอุทธรณ์ คดีนายทักษิณก็จะพ้นข้อกำหนดของศาลที่ออกไว้ระหว่างพิจารณา เท่ากับว่าสามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ โดยเมื่อศาลมีคำพิพากษาเเล้ว ทนายความของนายทักษิณก็สามารถขออนุญาตนำเอกสารเกี่ยวกับการเดินทางออกนอกประเทศที่วางไว้กับศาลกลับได้

 

ในส่วนคดีบังคับโทษชั้น 14 ของศาลฎีกาฯ นักการเมือง ซึ่งศาลเพียงแต่นัดฟังคำสั่งในวันที่ 9 ก.ย.ไม่ได้มีการออกข้อกำหนดไว้ หากนายทักษิณไม่เดินทางมาศาลจึงจะพิจารณาในการออกหมายจับ เท่ากับว่าตอนนี้เป็นเพียงหมายเรียกนัดให้มาฟังคำสั่งจึง ยังไม่มีสภาพที่จะเป็นข้อกำหนดในการห้ามเดินทางออกนอกประเทศได้

 

เช่นเดียวกับ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน วิเคราะห์ว่า การที่นายทักษิณ เดินทางออกจากประเทศไทย มองว่าไม่มีนัยอะไร เพียงแต่จะกลับมาหรือไม่นั้น ก็เป็นอีกเรื่อง ในกรณีในวันที่ 9 กันยายนนี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น หากมองในแง่กฎหมายการนับระยะเวลาต่อเนื่องได้หรือไม่ ถ้าดูตามพระราชบัญญัติมาตรา 55 ประกอบกฎกระทรวงการนำตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำปี 2563 เป็นการนับระยะเวลาต่อเนื่องได้ ซึ่งไม่ใช่เข้าเกณฑ์การทุเลาบังคับโทษทางอาญาชั่วคราวตาม ป วิ อาญา มาตรา 246

 

ดังนั้น การจะกลับมาหรือไม่กลับมาไม่ใช่ตัวแปรหลัก แต่หาก นายทักษิณ ไม่กลับมาตามหมายเรียก ก็น่าจะมีปัญหาเพราะ ศาลอาจจะออกหมายจับ หากกำหนดว่าถ้าไม่มามีโทษศาลต้องออกหมายจับ แล้วจะต้องเลื่อนอ่านคำวินิจฉัย โดยหลักแล้วถ้าเป็นคำพิพากษาศาลจะเลื่อนไป 1 เดือนแล้วอ่าน แต่ในส่วนคำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯนักการเมือง ในส่วนของคำร้อง ศาลอาจจะอ่านลับหลังได้ ซึ่งในระบบไต่สวนของศาลฎีกา สามารถดำเนินการลับหลังตัวจำเลยได้ แต่โดยหลักจะต้องเลื่อนไป 1 เดือนแล้วอ่านคำวินิจฉัย

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube