นอกจากการจับตาท่วงทำนอง “อิ๊งค์ไม่กลัวน้ำร้อน”ว่า “นายกอิ๊งค์”เอาอารมณ์มั่นใจมาจากไหน กับการยืนยันเมื่อวาน(4พ.ค.)ผ่านรายการนายกพบประชาชน ว่า รัฐบาลจะลุยไฟดัน ร่างกฎหมายเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์พ่วงกาสิโน ไปจน”สุดซอย”ต่อไป แม้จะมีกระแสคัดค้าน ในจังหวะที่ “รัฐบาล”โดยเฉพาะผู้คนในพรรคเพื่อไทย ยังแกว่งไกวกับสถานการณ์การเมืองจากนี้ต่อ “สัญญานอันตราย”ผ่านชะตากรรมของ “ผู้นำจิตวิญญาณ”อย่าง”ทักษิณ” หลังปรากฎการณ์ที่ ศาลฏีกาแผนกดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง “รับจบ” (30เม.ย.)สั่งนัดผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดในคดี “คนชั้น14” ตั้งแต่ “ทักษิณ”ปปข.ยันอธิบดีกรมคุก แพทย์โรงพยาบาลคุก และ โรงพยาบาลตำรวจ ต้องส่งข้อมูลความจริงให้ศาลภายใน30วัน และนัดพิจารณา13มิ.ย.
พลันปรากฎ ร่องรอยอันอาจถือเป็น “สัญญานแนวโน้ม”แห่งคดี “คนชั้น14”ที่ทำให้ผู้คนในกลุ่มขบวนการคัดค้าน“ระบอบทักษิณ”คึกคัก ที่จู่ๆ ก็มี “ข่าวลือ”เมื่อวานซืน(3พ.ค.)ถึง“ผลสอบ”คดี “ป่วยทิพย์”ของ “แพทยสภา”ที่นัดประชุมเรื่องนี้ในวันที่ 8พ.ค.68 จะมีข้อสรุป เอาผิดแพทย์หลายคนที่ช่วย “คนชั้น14”โดย “หมอวรงค์” “นพ.วงรค์ เดชวิกรม”ออกมาโพสFB(4พ.ค.)ทำนอง “ขอให้ข่าวที่ลือกันว่า แพทยสภาฟันแพทย์หลายคน ที่ช่วยนักโทษชั้น14 เป็นจริง ภาพพจน์แพทยสภา…สุดยอด ประชาชนจะสรรเสริญชื่นชม” ก่อนที่ “หมอวรงค์”จะโพสFBเพิ่มเติมวันนี้(5พ.ค.)ปมหลายคนกังวลหากแพทยสภามีมติลงโทษ”หมอ”ที่ช่วย “ทักษิณ”แล้ว “รมว.สาธารณสุข” “สมศักดิ์ เทพสุทิน”ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภาอาจจะใช้อำนาจยับยั้ง ว่า แม้การใช้สิทธิ์ยับยั้ง จะมีอำนาจตามกฏหมาย
ซึ่งกรรมการแพทยสภา สามารถยืนยันด้วยมติ2ใน3 แต่เรื่องทางการแพทย์นั้นเป็นวิทยาศาสตร์ การตรวจสอบ คนที่ประชาชนสงสัยว่า ไม่ป่วย แต่อยากป่วยวิกฤติ ในทางการแพทย์นั้น ตรวจสอบง่ายมาก และมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รองรับหมด ถ้า “นายสมศักดิ์”ใช้อำนาจยับยั้ง แต่ไม่สามารถอธิบาย เหตุผลทางการแพทย์ได้ ตนยืนยันว่า ผู้ใดที่ใช้อำนาจช่วยเหลือ จะอยู่ในตำแหน่งไม่ได้แน่นอน ดังนั้นอย่ากังวลใจ
เช่นเดียวกับ “ตู่-จตุพร พรหมพันธ์” ที่ไลฟ์FB(3พ.ค.) ให้ทุกฝ่าย จับตาผลสอบ‘แพทยสภา’วันที่ 8 พ.ค. จะทำให้การเมืองเปลี่ยน โดยคาดว่า‘ทักษิณ’ป่วยทิพย์มีหนาวคุก ส่วนหมอ‘รพ.ตำรวจ-ราชทัณฑ์’อาจถูกถอนใบอนุญาต โดยเขาอ้างว่าแว่วข่าวมาว่ามีหมอถึง 7 คนที่ช่วยกันอุ้มนักโทษหนีคุก โดยให้จับตา ผลการสอบสวนจริยธรรมแพทย์ ซึ่งจะส่งผลถึงการนัดพร้อมหรือไต่สวนของศาลฎีกา และ คณะกรรมการ ปปช.กรณีชั้น 14 รพ.ตำรวจ โดยจากผลสอบของ “คณะอนุกรรมการแพทยสภา”ที่เลื่อนส่งที่ประชุมแพทยสภา มาจากวันที่ 10เม.ย. มีรายงานแว่วมาว่า จะมีการสั่งพักใบอนุญาตแพทย์ รพ.ตำรวจเบื้องต้น 2 คน และสอบเพิ่มเติมอีก 5 คนทั้งแพทย์ 2 โรงพยาบาลคือ รพ.ตำรวจและราชทัณฑ์
และผลสอบคาดจะออกมาหนักกว่า 2 คนแรก และว่า เมื่อผลของแพทยสภาออกมา ศาลฎีกาฯ สามารถเรียกผลสอบมาไต่สวนเพิ่มได้ เพราะเป็นความผิดที่ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดไม่ให้รับโทษทางอาญา ดังนั้นกรณีนี้จะกลับไปพิจารณาถึงการป่วยจริงหรือป่วยไม่จริง ถ้า “นายทักษิณ” ไม่ป่วยจริง ย่อมไม่มีสิทธิ์อยู่ รพ.ตำรวจชั้น 14 ซึ่งเป็นห้องพักผู้ป่วยวีไอพี
นอกจากนี้กรณีชั้น 14 ยังลามไปถึง ป.ป.ช.ที่ทำการตรวจสอบด้วย ดังนั้นการชี้แจงของผู้เกี่ยวข้องที่ส่งไปทุกองค์กรต้องเหมือนกันในสาระสำคัญ ยิ่งในชั้นคณะอนุกรรมการสอบสวนของ ป.ป.ช. สรุปผลสอบสวนข้าราชการปฏิบัติมิชอบ และส่งให้คณะกรรมการฯ ชุดใหญ่พิจารณา ซึ่งพร้อมจะขยายผู้เกี่ยวข้องออกไปอีก
ขณะที่ “ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี” กรรมการแพทยสภา ในฐานะ ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนเฉพาะกิจ แพทยสภา ที่สอบสวนเรื่องนี้ ออกมาเมื่อวาน(4พ.ค.)แม้จะบอกให้ รอดูผลการประชุมแพทยสภาวันที่ 8 พ.ค. ขณะนี้ไม่อยากพูดอะไรออกไปก่อน แต่ก็ไม่ถึงกับปฏิเสธถึงกระแสข่าวผลสอบเสนอฟัน 7 หมอรพ.ตำรวจ-ราชทัณฑ์ เมื่อนักข่าวถามถึงข่าวที่ออกมาว่าผลสอบมีการเสนอให้สั่งพักใบอนุญาตแพทย์ 2 คน และสอบเพิ่มเติมอีก 5 คนรวมเป็น 7 คน โดย “นพ.อมร”บอกว่า คงไม่ยืนยันอะไรทั้งนั้น ต้องรอฟังผลการประชุมแพทยสภา
เรื่องข่าวที่ว่ามีการเสนอให้ลงโทษและสอบสวนหมอ 7 คน ก็เพิ่งทราบข่าววันนี้มีคนส่งข่าวมาให้ตนดู แต่คงตอบอะไรไม่ได้ ขอให้ไปรอติดตามผลการประชุมแพทยสภา ข่าวที่ออกมา ไม่รู้ว่าคนที่พูดเขาเอาข้อมูลมาจากไหน ตนไม่ยืนยัน เอาแค่ดูวันที่ 8 พ.ค.นี้ว่าเรื่องนี้จะเข้าที่ประชุมแพทยสภาได้ทันหรือไม่ หากเข้าได้ ก็ขอให้รอฟังเนื้อหาที่จะออกมาอีกที
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews