จ่อหมายจับ 2 ผตห. บุกปล้นทรัพย์พ่อค้ากัญชา

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว
ภาพจากกล้องวงจรปิดของ แฟลตการไฟฟ้าธนบุรี 2 ถนนพระราม 2 บันทึกภาพเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ กว่า 10 คน

 

 

สวมหมวกโม่งพร้อมอาวุธปืนยาวคล้ายปืนสงคราม บุกเข้าไปในแฟลตการไฟฟ้า ธนบุรี 2 ถนนพระราม 2 ซอย 6 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.เพื่อปล้นทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และทำลายทรัพย์สินภายในห้องพักของผู้เสียหายรายหนึ่ง

 

 

โดยใช้ปืนตีที่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องเย็บกว่า 60 เข็ม เป็น เหตุการณ์อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ

 

 

พลตำรวจตรีนิธิธร จินตกานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยความคืบหน้าคดีกลุ่มผู้ก่อเหตุ ร่วมกันใช้อาวุธปืนยาว บุกเข้าไปในแฟลตเคหะธนบุรี ถนนพระราม 2 ซอย 60 เขตบางขุนเทียน ทำร้ายร่างกาย และทำลายทรัพย์สิน ภายในห้องพักของผู้เสียหายคนหนึ่ง เหตุเกิดช่วงกลางดึก วันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

รอง ผบช.น. ยืนยัน ศูนย์รับแจ้งเหตุวิทยุผ่านฟ้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายในที่เกิดเหตุหลังมีการวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ว่า ตำรวจไม่รับแจ้งเหตุกรณีดังกล่าว ซึ่งต่อมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกาย และถูกนำส่งโรงพยาบาล

 

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะนี้ยังไม่ได้ให้การกับพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม จึงยังไม่สามารถสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ เพราะผู้เสียหายแจ้งความเพียงแค่ถูกทำร้ายร่างกาย และอ้างว่าถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุเข้ามาปล้นทรัพย์

 

แต่ตำรวจเชื่อว่า มีความขัดแย้งเรื่องสิ่งผิดกฏหมายอย่างอื่นอีก เพราะตำรวจ มีข้อมูลเกี่ยวกับการตกลงที่จะซื้อขายกัญชาประมาณ 100 กิโลกรัม แต่เกิดปัญหาขัดแย้งกันตกลงกันไม่ได้ ส่วนการตรวจค้นห้องพักของผู้เสียหาย พบเพียงกัญชา ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายอื่น

 

“ก็ขอนำเรียนว่าวันนั้นในวันที่มีการทำร้ายร่างกายกัน มีเสียงปืนเกิดขึ้นจริงคนเจ็บคือผู้เสียหายถูกพาตัวส่งโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจในส่วนของสน. ท่าข้ามไปสอบปากคำ ในเบื้องต้น ก็ให้ปากคำว่าถูกทำร้ายร่างกายก็กลายเป็นว่าเดี๋ยวผมจะไปดูว่าเขาปิดเหตุด้วยเหตุที่ว่าเป็นเรื่องของการทำร้ายร่างกายแล้วก็ฝ่ายตรงข้ามหลบหนีไป แต่พอหลังจากนั้น สื่อบางช่องหรืออะไรก็คงไปสอบถามและเป็นที่มาของภาพต่างๆ”

 

สำหรับตัวผู้ก่อเหตุ ตำรวจทราบชื่อชัดเจนแล้ว จำนวน 2 คน อยู่ในกระบวนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ ขณะที่ ผู้ก่อเหตุคนอื่นอีก 4 คน ที่ปรากฏในภาพวงจรปิด อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม

 

พล.ต.ต.นิธิธร ยังกล่าวถึงกรณีอาวุธปืนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นอาวุธปืนจริงหรือไม่ จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่พบแนววิธีกระสุน หรือ ความเสียหายที่เกิดจากการยิงในที่เกิดเหตุที่เกิดจากปืน พบเพียงเศษสะเก็ดตกอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเก็บไว้ตรวจสอบ แม้ว่ากลุ่มผู้เสียหายจะให้การกับตำรวจว่ามีการยิงปืนก็ตาม

 

รอง ผบช.น. ยังบอกอีกว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บ และภรรยา มีประวัติถูกดำเนินคดีในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลแสมดำ ในความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดพ.ศ. 2534

 

“ฝั่งผู้เสียหายเอง เคยถูกต้องโทษคดีอาญาในเรื่องของการครอบครองยาเสพติดโดยข้อหาสมคบติดคุก 10 กว่าปีแต่พอเป็นกฎหมายใหม่ก็เลยหลุด”

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews