คลายล็อกเดิมพันศก.โควิด
สร้างแรงกระเพื่อมให้กับเศรษฐกิจไทยอยู่ไม่น้อย กับมาตรการคลายล็อกดาวน์ที่ศบค.ชุดใหญ่ จัดให้ ดีเดย์พร้อมกัน 29 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม 1 ก.ย.นี้ หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันไม่ทะลุ 2 หมื่นคนมาหลายวันแน่นอนว่า การคลายล็อก ทั้งเปิดห้าง นั่งกินในร้าน รวมถึงไฟเขียวร้านตัดผม คลินิกเสริมความงาม และร้านนวด ล้วนทำให้เหล่าบรรดาผู้ประกอบการต่างดีใจ เพราะนี่คือ ความอยู่รอดของธุรกิจ ซึ่งมีปากท้องของ “นายจ้าง” และ “แรงงาน” เป็นเดิมพัน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ได้โพสต์ FB เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2564 หลังจากศบค.เห็นชอบมาตรการผ่อนคลาย 1 วัน ไว้อย่างน่าสนใจโดยเนื้อหาช่วยหนึ่ง นายกฯ ระบุว่า “ในปัจจุบัน ทั่วโลกต่างยอมรับว่า เชื้อโควิดนี้มีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์และแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย จนกลายเป็นโรคประจำถิ่น เป้าหมายที่อยู่บนพื้นฐานความจริง จึงไม่ใช่การกำจัดโรคนี้ให้หมดไป แต่ต้องแลกกับความเสียหายทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมหาศาล แต่เป็นการอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้อย่างปลอดภัยและสมดุล ซึ่งศบค. ได้เห็นชอบกับแผนการที่เรียกว่า “Smart Control and Living with COVID-19” หรือ การควบคุมโรคแนวใหม่ที่สมดุลกับการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยจากโควิด-19 โดยมีมาตรการ 10 ข้อ”
ดังนั้นสิ่งที่นายกฯย้ำ นั่นคือ การอยู่ร่วมกับโควิด-19 ให้ได้อย่างปลอดภัยและสมดุล จึงเป็นที่มาของการคลายล็อก เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ นั่นเพราะ ก่อนหน้านี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การล็อกดาวน์ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน ทำให้มีความเสียหายเกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจประมาน 5-8 แสนล้านบาทและหากขยายล็อกดาวน์ไปจนสิ้นสุดเดือนสิงหาคมความเสียหายจะเพิ่มเป็น 8 แสน-1ล้านล้านบาท และหากล็อกดาวน์ขยายเวลาออกไปจนถึงเดือนกันยายน ผลเสียหายที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษฐกิจจะมากกว่า 1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า การผ่อนคลายมาตรการทำให้คนออกมาทำงานมากขึ้น มีการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้มีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจ และมีส่วนสำคัญทำให้ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการล็อกดาวน์ แต่อย่างไรก็ตาม ทางหอการค้าไทยกำลังติดตามผลจากการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวว่าจะให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักได้มากน้อยเพียงใด และถ้าผ่อนคลายมาตรการแล้ว จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 กลับมาสูงขึ้น ภาครัฐจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร ดังนั้นจึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ขณะที่ นายกสมาคมภัตตาคารไทย “นางฐนิวรรณ กุลมงคล”ประเมิณเม็ดเงินที่จะเกิดขึ้นจากการคลายล็อกให้กับร้านอาหาร โดยเชื่อว่า 1 เดือน จะมีเงินจากธุรกิจร้านอาหารสะพัดเข้าไประบบเศรษฐกิจกว่า 21,000 ล้านบาท
ด้านฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส ประเมินว่าการ ล็อกดาวน์ น่าจะผ่านจุดที่เข้มงวดมากที่สุดไปแล้ว คาดหลังจากนี้ ท่าทีของรัฐบาลน่าจะค่อยๆ ทยอยผ่อนคลายเพิ่มขึ้นในระยะถัดไป โดยรวมเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทย เพราะกิจกรรมเศรษฐกิจในส่วนของธุรกิจที่ปลดล็อกคาดจะเพิ่มขึ้น ประชาชนน่าจะมีการเดินทางออกจากบ้านมากขึ้น
จากนี้ต่อไปคงต้องจับตาสถานการณ์เศรษฐกิจหลังคลายล็อกดาวน์ 1 ก.ย.นี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือการเดิมพันครั้งใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งยึดโยงกับสถานการณ์โควิด-19 ที่พร้อมจะสร้างสถิติดันยอดคนติดเชื้อรายใหม่ และผู้เสียชีวิตให้ทำนิวไฮอีกนั่นเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news





