ดราม่าระอุ! ศึกป้ายหาเสียงผู้ว่าฯ กทม. “แฟลชการ์ดศิลปะ สู่สิทธิไม่เท่าเทียม”

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 เข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการหาเสียงเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ ส.ก. อย่างเข้มข้น นอกจากการห้ำหั่นกันด้วยนโยบายแล้ว สมรภูมิ “ป้ายหาเสียง” ในปี 2569 นี้ กำลังกลายเป็นประเด็นดราม่าร้อนแรงชิ้นใหม่ที่ถูกจับตามอง

 

เพราะในยุคที่ผู้สมัครต่างพยายามหลีกเลี่ยงการติดป้ายบดบังทางเท้า เราจึงได้เห็นการปะทะกันระหว่าง “นวัตกรรมสื่อสารเชิงศิลปะ” และ “ดราม่าความไม่เท่าเทียม” ในการเข้าถึงพื้นที่โฆษณาของเมืองหลวง ลามไปถึงการเตือน
จาก กกต. เกี่ยวกับข้อกฎหมายที่ห้ามละเลยอย่างเด็ดขาด

 

เริ่มต้นกันที่ความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันนี้ (8 มิถุนายน 2569) แชมป์เก่าอย่าง “ทีมชัชชาติ” ได้เปิดตัวแคมเปญหาเสียงเชิงศิลปะเป็นสัปดาห์ที่ 2 ภายใต้แนวคิด City as Canvas รวบรวมศิลปินกว่า 20 ชีวิต มาร่วมเปลี่ยนบิลบอร์ด
โฆษณากลางเมืองให้เป็นพื้นที่ศิลปะชั่วคราว โดยสัปดาห์นี้ดึงศิลปินชื่อดังอย่าง Juli Baker and Summer ส่งผลงาน “flowers for everyone” ขึ้นจอ LED ทั่วกรุง เพื่อสื่อสารนโยบายเพิ่มพื้นที่สวนสาธารณะสำหรับคนทุกชนชั้น

 

แคมเปญนี้เกิดจากเจตจำนงที่จะไม่ใช้ป้ายหาเสียงบนทางเท้า เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน แต่เลือกใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับการกระจายรายได้สู่รายย่อย ผ่านป้ายติดรถสองแถวและตลาดชุมชน

 

แต่ท่ามกลางความล้ำสมัยนี้ กลับมีดราม่าตามมาทันควัน เมื่อขั้วตรงข้ามอย่างพรรคประชาชนที่ชูนโยบายไม่ทำป้ายหาเสียงบนทางเท้าเช่นกัน ออกมาแฉว่า พวกเขาได้ทำเรื่องขออนุญาตพื้นที่โฆษณาบนรถไฟฟ้า BTS แต่กลับถูกปฏิเสธ
ขณะที่ทีมชัชชาติกลับได้รับอนุญาต จนเกิดการตั้งคำถามถึงความสองมาตรฐาน

 

ปมดราม่าความเหลื่อมล้ำนี้ ทำให้ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ไม่นิ่งนอนใจ ออกมาย้ำจุดยืนเชิงสุจริตทันทีว่า การหาเสียงในสนามนี้ ต้องมีความเท่าเทียมกันในทุกภาคส่วน

 

”ชัชชาติ“ บอกอีกว่า เรื่องป้ายโฆษณาหาเสียง ตนเร่งให้ทีมงานไปตรวจสอบแล้วครับ ยึดหลักเลยว่าถ้าไม่ให้เพื่อนเราโฆษณา เราก็ไม่ควรได้โฆษณา ถ้าทีมงานพบว่าทีมอื่นไปขออนุญาตเหมือนกัน แต่เขามาเลือกโฆษณาให้เฉพาะเรา เราก็จะเอาออกทันที เพื่อนเราไม่ได้ เราก็ต้องไม่ได้เหมือนกัน

 

ด้านคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ออกมาชี้แจงด่วนเพื่อสยบดราม่า ยืนยันว่า ผู้สมัครทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันในการซื้อสื่อโฆษณาบนรถเมล์ รถไฟฟ้า หรือบิลบอร์ดทางด่วน ตราบใดที่ตกลงราคากับผู้ดำเนินกิจการตามราคาตลาด และต้องแจ้งบัญชีค่าใช้จ่ายต่อ กกต. อย่างโปร่งใส

 

แต่จุดที่ กกต. เน้นย้ำเป็นพิเศษ คือกรณีที่มีผู้สมัคร ส.ก. บางคน แอบนำแผ่นพับแนะนำตัวของตัวเอง ไปแนบแม็กซ์ เย็บติดคู่กับใบปลิวของ “ชัชชาติ” เพื่อหวังโหนกระแสความนิยม กกต. ลั่นวาจาชัดเจนว่า “การนำรูปหรือชื่อบุคคลอื่นมาใช้หาเสียง จะต้องได้รับการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร” หากไม่มีหลักฐานการยินยอม ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งทันที

 

ขณะที่ค่ายสีฟ้า พรรคประชาธิปัตย์ ยังคงยึดมันในแนวทางดั้งเดิม เน้นการติดป้ายหาเสียงขนาดมาตรฐานตามเสาไฟและต้นไม้ในจุดที่เห็นเด่นชัด พร้อมส่งผู้สมัครเดินเคาะประตูบ้านแจกโบรชัวร์แบบถึงลูกถึงคน

 

กฎกติกาจาก กกต. ถูกกางออกมาชัดเจนแล้วในสัปดาห์นี้ ดราม่าป้ายหาเสียงบนจอ LED และใบปลิวแอบอ้าง สะท้อนให้เห็นว่าสนามกรุงเทพมหานครไม่ใช่แค่การแข่งกันที่นโยบาย แต่เป็นการตรวจสอบความโปร่งใสและไหวพริบของทีมงานผู้สมัครทุกคนว่า จะสามารถก้าวผ่านหลุมพรางข้อกฎหมายไปสู่คูหาเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ได้อย่างไร

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่