“สุริยะ” สายล่อฟ้าคนใหม่ ปัดล้างบางอำนาจเก่า หลังโยกย้าย อธิบดีฝนหลวง

Hot Clips Video

 

กระแสคลื่นใต้น้ำของการเมืองไทย รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ดูเหมือนจะมั่นคง แต่กลับต้องเผชิญกับ “แรงเสียดทาน” จากภายในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง

 

 

ล่าสุด สปอตไลต์ทุกดวงพุ่งเป้าไปที่ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากพรรคเพื่อไทย ที่กลายเป็น “สายล่อฟ้า” คนใหม่ หลังลงนามโยกย้าย “ราเชน ศิลปะรายะ” อธิบดีกรมฝนหลวงฯ แบบฟ้าผ่า จนถูกมองว่านี่คือปฏิบัติการ “ล้างบาง” ขั้วอำนาจเดิมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือไม่?

ปมปัญหานี้ไม่ได้มีเพียงเรื่องการเมือง แต่มีข่าวลือเรื่อง “ธุรกิจ” เข้ามาแทรก เมื่อ “ราเชน” ออกมาแฉว่า ตนเองถูกย้าย เพราะไม่ยอมให้ “หลานชาย” ของรัฐมนตรีสุริยะ ซึ่งเป็นผู้บริหารสายการบินดังเข้าพบเพื่อดีลงานซ่อมเครื่องบินฝนหลวง

งานนี้ รัฐมนตรีสุริยะ ถึงกับ “เดือด” ออกมาโต้กลับทันควัน ยืนยัน ไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องหลานชาย และไม่ใช่การล้างบาง เพราะตลอดเส้นทางการเมืองตั้งแต่ปี 2544 ตนเองไม่เคยมีประวัติโยกย้ายข้าราชการอย่างไม่เป็นธรรม แต่ที่ต้องย้ายอธิบดีรายนี้ เพราะต้องการ “คนไฟแรง” เข้ามาแก้ปัญหาวิกฤตเกษตร พร้อมขู่ฟ้องกลับหากอีกฝ่ายยังไม่หยุดให้ร้าย

สุริยะ ย้ำชัด การโยกย้ายเป็นความเหมาะสมในการบริหารราชการ เพื่อคนที่มีความสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหา ข้าราชการที่ใกล้เกษียณบางครั้งอาจใส่เกียร์ว่าง ไม่เต็มที่ต่อหน้าที่

ขณะที่พรรคเพื่อไทย โดย “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” ออกมาเป็นกำแพงเหล็ก ปกป้องเพื่อนร่วมพรรค โดยมองว่าเรื่องนี้เป็น “เกมการเมือง” ของฝ่ายตรงข้ามที่รอรับลูกเพื่อร้องเรียนจริยธรรม

“จุลพันธ์” ย้ำด้วยว่า การเรียกข้าราชการมาคุยเรื่องงบประมาณก่อนเสนอสำนักงบฯ เป็นเรื่องปกติที่รัฐมนตรีทุกกระทรวงทำกัน และไม่หวั่นข่าวลือว่า “เจ้าที่แรง” ในกระทรวงเกษตรฯ เพราะเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของข้าราชการ ส่วนเรื่องจริยธรรมที่นายกฯ อนุทินกังวล นายสุริยะได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับนายกรัฐมนตรีโดยตรงแล้ว

แต่เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ เมื่อพรรคกล้าธรรม ภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส โดย “อรรถกร ศิริลัทธยากร” ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การย้ายอธิบดีนอกฤดูกาลเป็นเรื่อง “ผิดปกติ” และเป็นการเสียดายบุคลากรที่มีฝีมือแก้ปัญหา PM2.5

ฝั่ง “ราเชน” ที่แม้จะชะลอการยื่นเรื่องต่อสภา เพราะ “ความเครียดจนป่วย” แต่ยืนยันว่า จะรักษาศักดิ์ศรีข้าราชการ และพร้อมใช้กลไกสภาตรวจสอบความไม่เป็นธรรมครั้งนี้ ซึ่งอาจลามไปถึงการฟ้องมาตรา 157 หากพบว่ามีมูลเหตุทางการเมืองจริง

จากกรณีของรัฐมนตรีสุริยะ จึงกลายเป็นบททดสอบความแน่นแฟ้นของพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะเลือก “รักษาเพื่อน” หรือ “รักษาภาพลักษณ์จริยธรรม” ท่ามกลางสายตาประชาชนที่เฝ้ามองว่า การโยกย้ายข้าราชการครั้งนี้ ทำเพื่อ “ผลงาน” หรือ “ผลประโยชน์” ของใครกันแน่

เมื่อสายล่อฟ้าทำงาน แรงสั่นสะเทือนนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของพายุใหญ่ในรัฐบาล “อนุทิน” ก็เป็นได้

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่