คนไทยยังต้องลุ้นราคาน้ำมัน…หยุดยิงไม่จริง?

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

แม้ทางสหรัฐ-อิหร่าน จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ แต่ทางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยืนยันว่า เลบานอนไม่ได้รวมอยู่ในข้อตกลงหยุดยิง 14 วันที่ทำไว้กับอิหร่านทำให้หลังประกาศเพียงไม่นาน สถานการณ์กลับตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังอิสราเอล เปิดปฏิบัติกการโจมตีในเลบานอนอย่างหนัก ในใจกลางกรุงเบรุต โดยมีการรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 254 รายและบาดเจ็บกว่า 1,165 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก

 

ทำให้อิหร่านขู่จะถอนตัวจากข้อตกลงหยุดยิงทันที หากอิสราเอลไม่หยุดถล่มเลบานอน ก่อนมีรายงานว่าอิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเพื่อตอบโต้ ทำให้มีเรือบรรทุกน้ำมันตกค้างเกือบพันลำ ซึ่งรวมไปเรือขนส่งน้ำมันและสินค้าไทยด้วย ซึ่งถือว่าสถานการณ์ขณะนี้มีเปราะบางอย่างมาก และส่งผลกระทบด้านพลังงานและระบบเศรษฐกิจไทยจากราคาน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง

 

โดยขณะนี้มีรายงานสถานการณ์การใช้น้ำมันดีเซลของประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยวันละ 82 ล้านลิตร เหลือประมาณ 45 ล้านลิตรในวันที่ 5 เมษายน และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 56 ล้านลิตรในวันที่ 6 เมษายน ส่งผลให้สต๊อกน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น และสามารถยืดระยะเวลาการใช้งานได้นานขึ้น ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ขอบคุณประชาชนที่ร่วมกันประหยัดพลังงาน

 

ด้านเลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุว่า ขณะนี้สต็อกน้ำมันรวมกว่า 100 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันที่กำลังนำเข้า และน้ำมันสำรองในประเทศตามกฎหมาย รวมถึงสต๊อกเชิงพาณิชย์ซึ่งการลดการใช้น้ำมันยังช่วยให้โรงกลั่นลดกำลังการผลิตกลับสู่ระดับปกติ และช่วยลดภาระกองทุนน้ำมัน จากรายจ่ายกว่า 1,500 ล้านบาทต่อวัน เหลือ 1,200 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งจะช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้ได้ ซึ่งจะดีต่อฐานะการคลังของประเทศด้วย จะได้มีเงินเพียงพอที่จะมาใช้ช่วยประชาชน และภาคธุรกิจ

 

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่เรือขนส่งน้ำมันดิบของบริษัท บางจาก จำนวน 7 แสนบาร์เรล หรือ 1.1 แสนล้านลิตร ได้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและถึงโรงกลั่นที่ศรีราชา จ.ชลบุรี แล้วในช่วงวันที่ 8-9 เมษายน 2569 ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่ฝ่ายค้าน นายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสงสัยกรณีเรือน้ำมัน 2 ลำ ที่รัฐบาลระบุว่าเป็นผู้เจรจา แต่กลับพบว่า เรือหนึ่งลำแวะสิงคโปร์และถ่ายน้ำมันออกไป 7 หมื่นล้านลิตร ก่อนถึงไทย เพราะจากเดิมบรรทุกกว่า 1.8 แสนล้านลิตร แต่เหลือประมาณ 1.1 แสนล้านลิตร จึงเรียกร้อง
ให้รัฐบาลชี้แจงว่าเหตุใดข้อท็จจริง และการแบ่งขายให้สิงคโปร์ทำได้ตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อความชัดเจนเรื่องปริมาณสต๊อกน้ำมันของประเทศ

 

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามนายกรัฐมนตรีในประเด็น กลับไม่ได้ตอบ โดยให้ทางกระทรวงพลังงาน เป็นผู้ชี้แจง เช่นเดียวกับกรณีที่บริษัทเอกชนเตรียมฟ้องร้องดำเนินคดีรัฐบาล หลังออกประกาศรีดค่าการกลั่นน้ำมันดีเซลลง 2 บาท ว่า ขอให้ไปถามนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

 

อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามต่อ ว่าทางรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงาน ที่เป็นหน่วยที่กำกับดูแลโดยตรง จะมีการชี้แจงอย่างไร เพื่อให้สังคมได้ทราบข้อเท็จ เพราะการขนส่งน้ำมันในระดับ 7 หมื่นล้านลิตรนี้ ถือเป็นตัวเลขที่สูงมากและนำไปสู่การเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบความโปร่งใส ในขณะที่สถานการณ์โลกยังเปราะบาง “การหยุดยิงที่ไม่จริง”

 

และพร้อมจะกลับมาเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อซึ่งข้อมูลจากกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า มีเรือของไทยผ่านช่องแคบมาถึงประเทศไทย 1 ลำ แต่ยังเหลืออีก 9 ลำ ที่รอสัญญาณให้เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ และที่สำคัญคือมีเรือที่บรรทุกปุ๋ยด้วยซึ่งถือเป็นสิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ เพราะเราต้องมีการสำรองปุ๋ยในประเทศให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้กระทบต่อภาคการเกษตรกรรม

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่