ฝ่ายค้านรุมสับรัฐบาล ทวงเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 เวลา 5 เดือน หรือราว 150 วัน อาจดูผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับชาวอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นี่คือ 150 วันแห่งความรอคอยที่แสนเจ็บปวด หลังผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์เมื่อปลายปี 2568 ที่คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 145 ศพ และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2 หมื่นล้านบาท

 

บาดแผลของชาวหาดใหญ่ถูกเปิดออกกลางสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เมื่อ สส. พรรคฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ ดาหน้ายื่นญัตติด่วน เปิดแผลความล้มเหลวในการบริหารจัดการภัยพิบัติของรัฐบาล พร้อมทวงถาม “เงินเยียวยา” ที่ล่าช้าและน้อยนิด จนน่าใจหาย

 

ประเด็นที่สร้างความสะเทือนใจที่สุดในสภาฯ คือ “ตัวเลขเงินเยียวยา” สส. จูรี นุ่มแก้ว จากประชาธิปัตย์ เปรียบเปรยอย่างเจ็บแสบว่า นาซาส่งคนไปดวงจันทร์ใช้เวลาแค่ 3 วัน แต่เงินเยียวยาของรัฐบาลไทย 150 วันยังเดินทาง
ไม่ถึงชาวบ้าน มิหนำซ้ำ บางคนได้รับเงินโอนเข้ามาเพียง 150 บาท จากเพดานสูงสุด 49,000 บาท

 

สอดคล้องกับข้อมูลจาก สส. ภคมน หนุนอนันต์ จากพรรคประชาชน ที่แฉว่า มีชาวบ้านบางรายได้เงินเพียง 240 บาท ซึ่งไม่พอแม้แต่จะซื้อลูกบิดประตูใหม่ ขณะที่ตัวเลขผู้ประสบภัยมีกว่า 1 แสนครัวเรือน แต่ได้รับการอนุมัติช่วยเหลือเพียงครึ่งเดียว แม้ล่าสุดรัฐบาลจะขยับเพดานเยียวยาเป็น 88,500 บาท แต่ก็มีผลหลังวันที่ 6 มีนาคม 2569 ทำให้ผู้ประสบภัยชาวใต้เมื่อปลายปีที่แล้ว ถูกลอยแพไม่ได้รับสิทธินี้

 

ความล้มเหลวไม่ได้มีแค่ตอนฟื้นฟู แต่ ฝ่ายค้านชี้ชัดว่า รัฐบาลสอบตกตั้งแต่ “การแจ้งเตือน” ข้อมูลจากส่วนกลางเข้าไม่ถึงชาวบ้าน ทำให้หลายคนต้องตื่นมาตอนตี 2 แล้วพบว่าน้ำท่วมบ้านสูงกว่า 3 เมตรโดยไม่ทันตั้งตัว

 

ขณะ สส. พิทักษ์เดช เดชเดโช นครศรีธรรมราช จากพรรคประชาธิปัตย์ ซัดเดือดถึงระบบบัญชาการที่ไร้เอกภาพ และฝากถึงนายกรัฐมนตรีอย่างดุเดือดว่า “หมดยุคแล้วที่ผู้บริหารประเทศจะเดินลุยน้ำแจกข้าวกล่อง
แข่งกับ สส.” รัฐบาลต้องใช้สติปัญญาบัญชาการ ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดภาพสลด ที่เจ้าหน้าที่บางส่วนไม่ยอมนำเรือไปช่วยชาวบ้านที่รอความตาย เพียงเพราะต้องเตรียมสแตนด์บายรอรับคณะรัฐมนตรีที่ลงพื้นที่

 

เสียงสะท้อนจากนักธุรกิจชาวหาดใหญ่ คือ ความจริงที่เจ็บปวด พรรคประชาชน จี้ให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการระยะสั้นกระตุ้นเศรษฐกิจหาดใหญ่ ก่อนที่ธุรกิจจะล้มตายไปมากกว่านี้

 

ด้านสภาฯ มีมติเสนอให้ตั้ง “หาดใหญ่โมเดล” เพื่อปฏิรูปโครงสร้างน้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งฟากฝั่งรัฐบาลเอง อย่าง สส. ร่มธรรม ขำนุรักษ์ จากพรรคภูมิใจไทย ก็ลุกขึ้นสนับสนุนญัตตินี้ โดยเสนอให้รัฐบาลใช้เทคโนโลยี AI และดาวเทียม (Single Command) ในการแจ้งเตือนภัย รวมถึงนำ “ระบบประกันภัยครัวเรือน” มาใช้ เพื่อให้การเยียวยารวดเร็วและไม่ต้องรอระบบราชการที่ล่าช้า

 

พรุ่งนี้ (9 เมษายน) รัฐบาลจะมีการแถลงนโยบายต่อสภาฯ ซึ่งประชาชนกำลังจับตาว่าจะมีแผนรับมือที่ชัดเจนหรือไม่ เพราะอีกไม่กี่เดือน ฤดูมรสุมรอบใหม่ก็จะวนกลับมาอีกครั้ง ขณะที่คูคลองในพื้นที่ยังตื้นเขินและเครื่องสูบน้ำบางจุดยังซ่อมไม่เสร็จ

 

ดังนั้น บทเรียน 150 วันที่ผ่านมา สอนให้ชาวหาดใหญ่รู้ว่า ไม่ได้ต้องการข้าวผัดแจกฟรีตอนน้ำท่วม แต่ต้องการความปลอดภัย นโยบายเชิงรุก และเงินเยียวยาที่รวดเร็วและเป็นธรรม เพื่อให้กลับมาลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่