นายกฯ เปลี่ยนไป ไม่ตอบทุกคำถาม

Video
แม้สถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ล่าสุด จะเริ่มมีความผ่อนคลายจากการที่สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลง หยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อลดระดับความตึงเครียดโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนแผนการโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ออกไปและมีผลทันที ในขณะที่อิหร่านมีเงื่อนไขหลักโดยตกลงที่จะ เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อให้เรือขนส่งน้ำมันและสินค้าสามารถสัญจรได้ตามปกติ

 

รวมทั้งมี10ข้อเสนอเพื่อเป็นกรอบในการเจรจาขั้นถัดไป ซึ่งรวมถึงประเด็นด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ แต่อิสราเอล ระบุว่าการหยุดยิงดังกล่าวไม่ครอบคลุมถึงปฏิบัติการในเลบานอน และยังคงมีการรายงานการสกัดกั้นขีปนาวุธในบางพื้นที่หลังการประกาศเพียงไม่นาน ก็ยังถือว่าสถานการณ์ยังคงเปราะบาง และมีแรงกดดันด้านพลังงานที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจไทย

 

การปรากฏตัวของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงถูกจับตาอย่างมาก เกี่ยวกับท่าทีของผู้นำไทย เพื่อสร้างความมั่นใจต่อประชาชนที่ยังคงมีความกังวลอยู่ และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามหลากหลายประเด็นสำคัญ แต่ผู้นำรัฐบาลไทย กลับเลือกไม่ตอบคำถาม

 

โดยประเด็นแรกที่ถูกตั้งคำถาม คือ กรณีสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ประกาศหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ ซึ่งถูกมองว่าอาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ราคาพลังงานโลก แต่นายกรัฐมนตรี ไม่ได้แสดงความเห็นขณะเดียวกัน ยังไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับการหารือกับทูตรัสเซีย เพื่อจัดหาแหล่งน้ำมันเพิ่มเติม หลังไทยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

 

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน ที่ให้ลดราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมันดีเซลลง 2 บาทต่อลิตร ซึ่งรัฐขอความร่วมมือโรงกลั่นให้ลดราคา แต่นายกรัฐมนตรี ก็ไม่ได้ชี้แจงว่าจะมีผลกระทบต่อภาคพลังงานหรือไม่ รวมถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันย่านลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่ถูกตั้งข้อสังเกตเรื่องการกักตุนน้ำมัน

 

แม้แต่ประเด็นเศรษฐกิจสำคัญ อย่างข้อเสนอโยกงบประมาณกว่า 84,000 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในโครงการคนละครึ่งพลัส เพียงอย่างเดียวกันหรือไม่ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากผู้นำรัฐบาลที่อาจทำให้มองได้ว่า เป็นการสะท้อนท่าทีระมัดระวังของฝ่ายบริหาร ท่ามกลางแรงกดดันทั้งด้านพลังงาน ความมั่นคง และค่าครองชีพ

 

ขณะที่ฝ่ายเศรษฐกิจของรัฐบาลออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า หากการหยุดยิงเกิดขึ้นจริง จะช่วยให้การควบคุมสินค้าต้นทางทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น พร้อมย้ำว่ากำลังติดตามสต๊อกและต้นทุนสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการขาดแคลน

 

อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลยังจับตาปัญหา “เม็ดพลาสติก” ซึ่งเริ่มขาดแคลนจากผลกระทบตะวันออกกลาง ทำให้ต้องประกาศเป็นสินค้าควบคุม และเตรียมหารือร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อประเมินต้นทุนสต็อก และแนวทางรักษาเสถียรภาพราคา

 

ขณะนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีขยะพลาสติกจำนวนมาก แต่มีการรีไซเคิลเพียงประมาณหนึ่งในสี่เท่านั้น จึงเตรียมผลักดันการรีไซเคิลอย่างจริงจังเพื่อลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และบรรเทาปัญหาการขาดแคลนในระยะยาว

 

ดังนั้น ยังคงติดตามต่อว่าการตั้งคณะทำงานร่วมหลายกระทรวง เพื่อดูแลวัตถุดิบและควบคุมราคา จะเป็นกลไกสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ และลดแรงกดดันค่าครองชีพของประชาชนท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกได้หรือไม่

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่