ครม.ใหม่ ทำงานทันที สั่งวันนี้ต้องเสร็จเมื่อวานซืน

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

หลังคณะรัฐมนตรีชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก็ถือว่ามีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอย่างเต็มรูปแบบ บรรยากาศการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ เริ่มต้นขึ้นทันทีแบบไม่มีช่วงปรับตัว หรือที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่า “ไม่มีช่วงเวลาฮันนีมูน”

 

โดยนายกฯอนุทิน ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ เมื่อคืนวันที่ 6 เมษายน ย้ำว่า คำถวายสัตย์ปฏิญาณ จะเป็นแนวทางหลักของการทำงาน ทุกคนต้องเร่งแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ตั้งแต่วันแรกของการเข้ารับตำแหน่ง เนื่องจากประเทศไทยกำลังเผชิญสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและพลังงานโดยตรง

และยังย้ำด้วยว่า ครม.ชุดนี้ต้องทำงานในฐานะ “รัฐมนตรีชุดเดียวกัน” ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย และถือเป็นคณะรัฐมนตรีของประชาชนไทยทุกคน โดยขอให้ทำงานด้วยความรัก ความสามัคคี และความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อพาประเทศฝ่าฟันอุปสรรคไปให้ได้ พร้อมกำชับให้ทุกกระทรวงเริ่มปฏิบัติหน้าที่ทันที และลดพิธีรีตองที่ไม่จำเป็น โดยระบุว่า “ฤกษ์ที่ดีที่สุด คือฤกษ์สะดวก”

ทำให้เช้าวันนี้ (7 เม.ย.69) นายกฯอนุทิน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำร่อง พา 3 รัฐมนตรีช่วยฯ หน้าใหม่“ลูกเทพ” ทั้งนายพลพีร์ สุวรรณฉวี, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และนายวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ เข้าทำงานกระทรวงมหาดไทย วันแรก เพื่อแนะนำตัว และมอบนโยบายให้หน่วยงานให้สังกัดรับทราบ พร้อมปฏิบัติงาน

โดยนายกฯอนุทิน ย้ำว่า รัฐมนตรีช่วยฯ ทั้ง 3 คน ผ่านการพิจารณาแล้ว มีความสามารถ มีความจำเป็น และสามารถสร้างคุณประโยชน์ให้กับกระทรวงมหาดไทย และประชาชน และทั้ง 3 คนนี้ ไม่ใช่เป็นเด็กแล้ว แม้จะอายุห่างกับตนมาก แต่เรื่องวัยวุฒิ คุณวุฒิ ประสบการณ์การศึกษา และหน้าที่การงานความรับผิดชอบถือว่าเป็นบุคลากรในทางการเมืองก็ผ่านการเป็น สส. ที่มาจากการคัดเลือกของประชาชนโดยตรง

ซึ่ง KPI จะไม่ใช่เพียงตัวเลขบนแผ่นกระดาษ หากล้าเมื่อใดก็ต้องไปพักเมื่อนั้น และในการทำงาน คือ “สั่งวันนี้ ต้องเสร็จตั้งแต่เมื่อวานซืน” สะท้อนการเร่งเครื่องของรัฐบาลชุดใหม่อย่างเต็มที่ ทำทันทีพลัสเพราะในรัฐบาลที่ผ่านมา นายอนุทิน เคยใช้คำว่า “สั่งวันนี้ ต้องเสร็จเมื่อวาน” จนเป็นคำพูดติดปาก

ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีหลายคนเริ่มเข้ากระทรวงและเดินหน้าทำงานทันที แม้ยังไม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจและพลังงาน อาทิ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่เข้าทำงานทันทีด้วยเช่นกันหลังนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ดำเนินการต่อจากคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รายงานผลการประชุมให้ ครม. รับทราบ เรื่องการขอให้โรงกลั่นน้ำมันส่งกำไรส่วนเกินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จึงได้เรียกโรงกลั่นน้ำมันเข้ามาหารือก่อนนำเรื่องเข้าคณะกรรมการ บริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ซึ่งถือเป็นประเด็นเร่งด่วน เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

ภาพรวมของรัฐบาลชุดใหม่นี้ จึงเริ่มต้นด้วยการทำงานแบบทันทีทันใด ไม่มีช่วงผ่อนคลาย ทดลองงาน และมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พลังงาน และผลกระทบจากวิกฤตโลกเป็นลำดับแรก โดยความท้าทายสำคัญคือการสร้างผลงานที่จับต้องได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและภาคธุรกิจ และนี่คือบททดสอบแรกของครม.อนุทิน2 ที่ต้องพิสูจน์ว่า จะสามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริงหรือไม่

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่