ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการรถตู้โดยสาร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของระบบขนส่งสาธารณะ กำลังเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่ไม่สอดคล้องและการแข่งขันจากระบบขนส่งทางเลือกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการสะท้อนภาพเดียวกัน “วิ่งก็ขาดทุน หยุดก็ไม่มีรายได้” สถานการณ์เช่นนี้ทำให้มาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐกลายเป็นความหวังสำคัญในการประคองธุรกิจให้อยู่รอด
ต้นทุนพุ่ง กระทบเป็นลูกโซ่ ซึ่ง ต้นทุนน้ำมันคิดเป็นสัดส่วนหลักของค่าใช้จ่ายรถตู้โดยสาร เมื่อราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อกำไรที่ลดลงทันที ขณะที่การปรับขึ้นค่าโดยสารทำได้ยาก เนื่องจากต้องคำนึงถึงภาระของผู้โดยสารและการควบคุมจากภาครัฐ
นายอัสนี เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถยนต์โดยสาร นำผู้ประกอบการ รถตู้ รถมินิบัส รถร่วม บขส. เรียกร้องนายกรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือและเยียวยาความเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจนส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการเดินรถทุกหมวด ทุกเส้นทาง โดยยื่นข้อเสนอ 3 ข้อเรียกร้อง
1) ให้ดำเนินการปรับอัตราค่าโดยสารให้สอดรับกับต้นทุนน้ำมันที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ
2) ให้เปลี่ยนผู้บริหารของ บขส. ชุดเดิมที่ไม่เข้าใจผู้ประกอบการรถโดยสารและรถตู้ออกไป
3.งดเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมการเดินรถ
นายอัสนี ยังกล่าวอีกว่า ภายในวันที่ 9 เมษายนนี้ ถ้าทางผู้ประกอบการยังไม่ได้รับคำตอบจากทางรัฐบาล บางเส้นทางอาจจำเป็นต้องทยอยหยุดให้บริการ เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ไหวแล้ว และจะยกระดับการเรียกร้องรวมตัวรถตู้รถบัสกว่า 100 คัน ไปเจอกันที่หน้าอาคารรัฐสภา พร้อมยืนยันว่านี่ไม่ใช่เป็นการข่มขู่หรือเอาประชาชนผู้โดยสารมาเป็นตัวประกัน ผู้ประกอบการทุกคนต่างมีหัวใจที่อยากจะดูแลและให้บริการผู้โดยสาร แต่ต้องเข้าใจว่าเราคงไม่สามารถแบกรับต้นทุนได้ไหว หากไม่มีการแก้ไขเยียวยาจากทางรัฐบาล
ขณะที่ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การปรับโครงสร้างราคาจะต้องมีความสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในอัตราที่ประชาชนรับได้โดยกำหนดให้อัตราค่าโดยสารสามารถปรับเพิ่มขึ้นและลดลงได้ตามสภาพการณ์จริงของราคาน้ำมันดีเซล เพื่อเป็นกลไกรับมือกับวิกฤตพลังงานโลกในขณะนี้ และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนอกจากนี้ กรมฯ ได้ประสานงานกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ บขส. เพื่อกันสำรองน้ำมันไว้ให้รถโดยสารประจำทางโดยเฉพาะ เป็นหลักประกันว่าผู้ประกอบการจะมีน้ำมันเพียงพอในการส่งผู้โดยสารจนถึงปลายทาง
วิกฤตราคาน้ำมันครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผลักดันให้ธุรกิจรถตู้ต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทั้งในด้านต้นทุน รูปแบบบริการ และการบริหารจัดการ ท้ายที่สุด การอยู่รอดของผู้ประกอบการรถตู้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของธุรกิจเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับประชาชนจำนวนมากที่ยังคงพึ่งพาการเดินทางรูปแบบนี้ในชีวิตประจำวัน การออกแบบมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด จึงไม่ใช่เพียงการประคองธุรกิจแต่คือการรักษาเส้นเลือดฝอยของระบบขนส่งไทยไว้ในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews