สถานการณ์ไฟป่าหมอกควัน และฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐาน สูงกว่า 125 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน หลายวัน ในพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้มีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กรณี ไฟป่า หมอกควัน และกรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน และ พะเยา เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถบริหารจัดการและใช้จ่ายเงินทดลองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งด้านการช่วยเหลือเยียวยา การป้องกันและบรรเทา และการระงับเหตุ
นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ยังได้บูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM2.5 ร่วมกัน โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้ทุกหน่วยงานในสังกัดยกระดับมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ป่าอย่างเข้มข้นในช่วงฤดูแล้ง เพื่อเร่งสกัดวิกฤตฝุ่น PM2.5 และไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ
นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) / พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเปิดศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน (ส่วนหน้าภาคเหนือ) เพื่อผนึกกำลังกระทรวงมหาดไทย ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมแก้ปัญหาไฟป่า
นายนิพนธ์ ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และนายสุชาติ ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนให้ปราบปรามผู้ลักลอบเผาป่าอย่างจริงจัง พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือให้คลี่คลายก่อนถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตและท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข
ด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ ระบุว่า เตรียมประสานผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อบูรณาการกำลังและตรวจตราจับกุมผู้กระทำความผิดลักลอบเข้าป่ารวมไปถึงกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงเรื่องยาเสพติด ยืนยันว่าหากพบลักลอบเผาป่า จะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด เพราะสร้างผลกระทบให้ประชาชนจำนวนมาก
โดยยกระดับการแก้ปัญหาในลักษณะเดียวกันกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยที่ประชุมรายงานว่า ชุดเสือไฟจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ระดมกำลังมาแล้ว 160 นาย นำกำลังมาเพิ่มอีก 500 นาย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเสริมกำลังกับเจ้าหน้าที่เดิมที่อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว ในการช่วยดับไฟป่า
นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้กองกำลังอาสารักษาดินแดน หรือ อส. จากจังหวัดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบเรื่องไฟป่า จัดส่งกำลังมาทั้งหมด 1,000 นาย มาที่จังหวัดเชียงใหม่ 700 นาย อยู่ที่ลำพูนอีก 300 นาย ซึ่งจะสามารถประสานบูรณาการกำลังพลกับชุดเสือไฟ ในการเข้าไปดับไฟป่าได้ โดยให้ชุดเสือไฟจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นหัวหน้าชุด เนื่องจากมีความชำนาญพื้นที่
ขณะที่ จังหวัดน่านออกประกาศคำสั่งปิดป่าสงวนแห่งชาติจำนวน 9 แห่ง กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพิ่มอากาศยานอีก 2 ลำ รวม 7 ลำ ขึ้นบินได้ 15-20 เที่ยวบิน เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หากพบผู้ใดฝ่าฝืนลักลอบเข้าพื้นที่หรือกระทำการเผาป่า ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
อีกทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้สนับสนุนชุดปฏิบัติการพิเศษ “เหยี่ยวไฟ” และ KA-32 สนับสนุนทางอากาศ เพื่อบินทิ้งน้ำดับไฟป่า รวมถึงดูแลสุขภาพประชาชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาสัมพันธ์ผ่านหอกระจายข่าว เพื่อสร้างการรับรู้ถึงสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันอย่างเต็มกำลัง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews