จากที่เคยยืนยันว่า “ไม่มีไอ้โม่ง” แต่วันนี้หลักฐานกลับชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้! เมื่อวิกฤตน้ำมันที่ประชาชนต้องแบกรับ ไม่ได้เกิดจากกลไกตลาดเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากน้ำมือของ “ขบวนการฉวยโอกาส” ที่กัดกินความมั่นคงทางพลังงานของชาติ
ล่าสุด “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี แถลงยอมรับหลังประชุม ศบก. ว่า มีขบวนการกักตุนและลักลอบค้าน้ำมันจริง พร้อมสั่งการด่วนให้ DSI รับเป็น “คดีพิเศษ” ยกระดับการล่าตัวไอ้โม่งที่อยู่เบื้องหลังมาลงโทษให้ถึงที่สุด ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีอิทธิพลคับฟ้าแค่ไหนก็ตาม
จุดแตกหักที่ทำให้เรื่องนี้ “ปิดไม่มิด” คือความผิดปกติที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แฉข้อมูลสุดช็อก! ที่พบเรือบรรทุกน้ำมันออกจากคลังต้นทาง 217 ล้านลิตร แต่เมื่อไปถึงคลังปลายทาง 6 แห่ง น้ำมันกลับหายไปเฉลี่ยถึง 57 ล้านลิตร
พฤติการณ์ที่พบไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่คือการ “จงใจประวิงเวลา” ขนส่งทางทะเลเพื่อเก็งกำไร และการลักลอบขนถ่ายน้ำมันออกนอกเส้นทาง ข้อมูลจาก DSI ชี้ชัดว่า นี่คือการทำลายระบบเศรษฐกิจการคลังอย่างรุนแรง ซึ่งตอนนี้ได้ส่งทีมสืบสวนลงไปเขย่าตอไม้ เพื่อดูว่าใครคือเจ้าของ “บริษัท” ที่กล้าท้าทายอำนาจรัฐในครั้งนี้
ไม่ใช่แค่ต้นทาง แต่ปลายทางที่ “ปั๊มน้ำมัน” ก็แสบไม่แพ้กัน พล.ต.อ.ธัธชัย ปิตะพีละบุตร รอง ผบ.ตร. พบกลโกงของสถานีบริการบางแห่งที่ “สั่งน้ำมันมาแต่ไม่ลงหน้าปั๊ม” แต่แอบเอาไปขายตรงให้ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมแทน เพราะได้กำไรส่วนต่างสูงถึงลิตรละ 10 บาท
ขณะที่ชายแดนแม่สอดและน่านน้ำ ไทย-กัมพูชา ก็พบการลักลอบส่งออกน้ำมันเถื่อนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มีการตรวจสอบเรือ “โชคชลกร” ที่สวมทะเบียนไทยลอบขายน้ำมันกลางทะเล นี่คือภาพสะท้อนว่า ขบวนการนี้มีเครือข่ายโยงใยทั้งบนบกและในน้ำ โดยมีประชาชนเป็นตัวประกันในสภาวะที่น้ำมันในระบบขยับเพิ่มขึ้นจาก 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 86 ล้านลิตรต่อวัน แต่คนไทยกลับหาน้ำมันเติมยากลำบาก
ความจริงที่ถูกเปิดเผยในวันนี้ นำไปสู่คำถามตัวโตจากฝ่ายค้าน “ศุภโชติ ไชยสัจ” สส.พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมารัฐบาล “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่” หรือไม่? พร้อมท้าให้เปิดข้อมูลผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 และมาตรา 10 ทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใส
เช่นเดียวกับ “จตุพร พรหมพันธุ์” ที่ออกมาจี้ใจดำ นายกฯ ว่า เมื่อรู้ว่ามี “ไอ้โม่ง” แล้ว ต้องจับให้เห็น ขังให้เห็น อย่าปล่อยให้ใครมาปล้นประชาชนในยามสงคราม พร้อมเตือนว่าหากภายในเดือนพฤษภาคมนี้ยังไม่มีการลงโทษขบวนการนี้อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลอาจเผชิญกับวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรง
ท่ามกลางศึกหลายด้าน นายกฯ อนุทิน ยืนยันหนักแน่น “ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก” สงกรานต์นี้มีน้ำมันใช้เพียงพอแน่นอน และปริมาณน้ำมันดิบในสต๊อกยังมีใช้ไปถึงเดือนมิถุนายน พร้อมเตรียมยกระดับเป็น “ศบก. พลัส” เพื่อรื้อโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ ไม่ให้ไอ้โม่งหน้าไหนกลับมาหากินบนหยาดเหงื่อประชาชนได้อีก
บทสรุปของคดีพิเศษนี้จะเป็นอย่างไร ไอ้โม่งจะถูกลากคอเข้าคุก หรือจะเป็นเพียงการจับปลาซิวปลาสร้อย คือบทพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญของรัฐบาลที่ชื่อว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล”
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews