ชื่นชม “บิ๊กแจ๊ส”ปทุมธานีโมเดล งดเก็บภาษีน้ำมัน

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

 น้ำมันแพง คือปัญหาใหญ่ของประเทศ และเป็นปัญหาที่ คนรวย คนจน ได้รับผลกระทบไปพร้อมกันแบบทั่วถึง ชนิดที่เรียกว่าเดือดร้อนกันถ้วนหน้า รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล”ยังคงไร้ทิศทางที่ชัดเจนและเด่นชัด ในการช่วยเหลือแก้ปัญหาให้ประชาชน แม้สถานการณ์จะเกดขึ้นมาครบ 1 เดือนแล้วก็ตาม

 

จะอ้างว่าเป็นรัฐบาลชั่วคราว เพราะ ครม.ชุดใหม่ยังไม่มีอำนาจเต็ม ก็คงไม่ได้ทั้ง 100 %เพราะรัฐบาลรักษาการ และรัฐบาลชุดใหม่ หน้าตาก็ไม่ได้แตกต่างกันเลย ข้อเสนอของฝ่ายต่างๆ มุ่งไปที่การให้ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน รวมถึง ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ Vat ซึ่งจะช่วยลดราคาน้ำมันลงได้ลิตรละ 9-10 บาทแต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้ทำ แว่วว่า”เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง ได้เสนอแล้วจะลดลง 1 บาทเท่านั้น

 

แต่ต้องรอครม.ชุดใหม่เริ่มทำงานก่อน ขณะที่ น้ำมันขึ้นแทบจะทุกวัน จนตอนนี้ “ดีเซล”ปาเข้าไปลิตรละ 47 บาทกว่าแล้ว ดังนั้นประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ต้องรอไปก่อน สำหรับการลดภาษีน้ำมัน 1 บาท เช่นเดียวกับ การทำงานของ คตร.ที่มี “เอกนิติ” เป็นประธาน เพื่อหาค่าการกลั่น และราคาน้ำมันที่เป็นธรรม
ก็ต้องรอเช่นกัน เพราะต้องรายงานผลการศึกษา ต่อ ครม.ภายใน 15 วัน ซึ่งน่าจะต้องรอแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก่อน จึงจะดำเนินการได้ หรือเห็นผลเป็นรูปธรรม

 

ต่างจากชาวบ้านจังหวัดปทุมธานี “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกฯอบจ.เดินหน้าช่วยเหลือด้วยการเสนอต่อที่ประชุม เตรียมลดการจัดเก็บภาษีท้องที่น้ำมัน โดยจะให้ ปั๊มน้ำมันทั้ง 317 แห่งของจังหวัดเข้าร่วม
โดยจะลดได้ ลิตรละ 4.54 สตางค์ ซึ่งในที่ประชุม อบจ.ปทุมธานี ผ่านฉลุย ในทางกฏหมายสามารถทำได้

 

และผู้ประกอบการทุกแห่งก็ยินดีร่วมมือ เท่ากับประชาชนจะเติมน้ำมันทุกประเภทได้ถูกลง 4.54 สตางค์ต่อลิตรซึ่งกระบวนการดำเนินการต่างๆ จะมีการขออนุมัติในวันที่ 8 เม.ย.นี้ และ วันที่ 10 เม.ย.จะมีผลทันที ถือเป็นต้นแบบของท้องถิ่น ที่จะช่วยเหลือประชาชนในเรื่องน้ำมันแพง แม้จะลดลงได้เล็กน้อย แต่ถือว่าได้ทำแล้วและทำได้ดีกว่ารัฐบาลกลาง

 

“บิ๊กแจ๊ส” ยืนยันว่า การตัดสินใจลดการเก็บภาษีท้องที่น้ำมัน จะเป็นการลดแบบเปิด คือใครก็เติมได้ ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ไม่ต้องเช็กทะเบียนรถหรือบัตรประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวาย โดยจะดำเนินการเป็นเวลา 6 เดือน
ซึ่ง “ปทุมธานีโมเดล”ได้มีการขยายผลต่อไปยัง ที่ประชุม สมาคม อบจ. ไปยังอีก 76 จังหวัดทั่วประเทศด้วย ถ้าจังหวัดไหนมีความพร้อมเรื่องงบประมาณ สามารถนำ “ปทุมธานีโมเดล”ไปใช้ได้เลย

 

เพื่อช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตน้ำมันแพง ซึ่งต้องรอดูผลตอบรับว่า แต่ละ อบจ. จะนำ”บิ๊กแจ๊ส”โมเดล ของจังหวัดปทุมธานี ไปใช้กันมากน้อยเพียงใด จังหวัดไหน จะเห็นด้วย จังหวัดไหน จะเห็นต่าง หรือจังหวัดไหน จะเกทับมากกว่า ต้องรอติดตาม

 

ตัวเลขการงดเก็บภาษีแค่ 4.54 สตางค์ต่อลิตร ดูผิวเผินนั้นน้อยมาก เพราะเป็นจำนวนเงินเพียงเล็กน้อยจริงๆ แต่ในแง่ความรู้สึก ในแง่การช่วยเหลือประชาชนในยามยาก ในแง่ทางการเมือง กลับมีมูลค่าที่สูงส่ง ได้ทั้งใจชาวบ้าน
ได้ทั้งความน่าเชื่อถือไปแบบเต็มๆ กลับกันยิ่งเป็นการตีแสกหน้ารัฐบาล”นายกหนู” เจ้าของสโลแกนพูดแล้วทำพลัส

 

เพราะที่ผ่านมา 1 เดือนกว่าๆ ของสงครามตัวนออกกลาง น้ำมันขาดแคลน น้ำมันแพง แต่รัฐบาล ยังไม่มีมาตรการใดๆหรือคำสั่งลดราคาน้ำมันแม้แต่บาทเดียว นอกจากการตรึงราคาไว้ 15 วัน และปล่อยให้มีการตักตุนก่อนที่ราคาจุขึ้นพรวดเดียว 6 บาท และหลังจากนั้นก็เพิ่มขึ้นแทบทุกวัน

 

ดังนั้น การที่ อบจ.ปทุมธานี ของ”นายกแจ๊ส” งดเก็บภาษีท้องที่น้ำมัน 4.54 สตางค์ แม้เม็ดเงินจะน้อย แต่ก็มีค่ามหาศาลในแง่ความรู้สึก และเป็นการทำก่อนที่รัฐบาล จะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน 1 บาทด้วย ในทางการเมือง
จึงเป็นอะไรที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ระหว่างท้องถิ่น กับรัฐบาลกลาง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่