ภาคประชาชน ยื่น 7 ข้อ จี้รัฐแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันแพง

Hot Clips Video คลิปข่าวทั่วไป

 

สถานการณ์ราคาน้ำมัน ในขณะนี้ ยังคงดีดตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทําให้ภาคประชาชนที่รับไม่ได้กับวิกฤตปัญหาน้ำมันแพง ต่างออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหา เพราะราคาน้ำมันในปัจจุบันนี้ประชาชน แทบจะทนไม่ไหวแต่ก็ไม่มีทางเลือก

 

วันนี้ กลุ่มสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) / สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) และพรรคสังคมประชาธิปไตยไทย (สปท.) ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือต่อรัฐบาล ที่กระทรวงพลังงาน เพื่อเรียกร้องให้เร่งแก้ไขวิกฤติปัญหาน้ำมันขาดแคลน ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงค่าไฟฟ้าและราคาสินค้าที่แพงขึ้น โดยมีนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย เป็นแกนนำในการยื่นหนังสือครั้งนี้

นายสาวิทย์ ระบุว่า แม้รัฐบาลจะเคยแถลงว่าสามารถสำรองน้ำมันได้ถึง 106 วัน แต่ในความเป็นจริงกลับเกิดภาวะขาดแคลนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะต่างจังหวัด ต้องต่อคิวเติมน้ำมัน และบางปั๊มไม่มีน้ำมันจำหน่าย สะท้อนถึงปัญหาการบริหารจัดการที่ยังไม่มีประสิทธิภาพ

ประชาชนยังเรียกร้องให้รัฐควบคุมราคาน้ำมัน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าอาจเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน โดยเฉพาะการอ้างอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ ทั้งที่ไม่มีการขนส่งจริง รวมถึงการปรับค่าการกลั่นจากเดิมลิตรละประมาณ 2 บาท เป็นมากกว่า 7 บาท ซึ่งมองว่าไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค

สำหรับแนวทางแก้ไขเฉพาะหน้า เสนอให้ตรึงหรือลดราคาน้ำมัน / ลดค่าการกลั่น และควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะเดียวกันในระยะยาวควรปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ รวมถึงบทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล และทบทวนโครงสร้างการบริหารจัดการพลังงานของประเทศ และยังเรียกร้องให้รัฐบาลตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างจริงจัง และไม่ควรกล่าวโทษประชาชนว่าเป็นสาเหตุของการขาดแคลน พร้อมย้ำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานมีอำนาจโดยตรงในการจัดการปัญหานี้ และควรดำเนินการให้โปร่งใส

ทั้งนี้ กลุ่มแรงงานและเครือข่ายภาคประชาชนเตรียมหารือเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวในอนาคต หากรัฐบาลยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โดยอาจมีการยกระดับมาตรการกดดันเพิ่มเติม

เมื่อถามว่าหากราคาน้ำมันไปแตะถึงลิตรละ 50 บาท จะทนไหวหรือไม่ นายสาวิทย์ กล่าวว่า แม้ราคาน้ำมันปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 44 บาทต่อลิตร แต่ประชาชนจำนวนมากก็ “ทนไม่ไหวแล้ว” เนื่องจากค่าครองชีพทั้งน้ำมัน ก๊าซ ไฟฟ้า และสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าจ้างแรงงานยังไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

นายสาวิทย์ ย้ำว่า รัฐบาลมีอำนาจในการแก้ไขปัญหา หากมีความจริงจัง โดยสามารถใช้มาตรการพิเศษเพื่อลดราคาพลังงานและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ทันที หากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อ ประชาชน จะเป็นผู้ตัดสินผลงานของรัฐบาลเองในอนาคต

ซึ่งบรรยากาศภายในงานมีการขึ้นปราศรัยเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการที่แก้ไขปัญหาชัดเจน รวมถึงมีการนำป้ายข้อความ เช่น “ น้ำมันโคตรแพง ค่าแรงโคตรถูก” เป็นต้น เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่