เกณฑ์ทหารปีสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนเป็น “ทหารอาสา”

Hot Clips Video

 

วันนี้ 1 เมษายน ถือเป็นวันแรกของการตรวจเลือกทหารกองประจำการ ประจำปี 2569 อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของชายไทยที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มีอายุระหว่าง 22-29 ปีที่ยังไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือก รวมถึงผู้ที่ขอผ่อนผันในปีที่ผ่านมา โดยการเกณฑ์ทหาร มีขึ้นระหว่างวันที่ 1-12 เมษายนทั่วประเทศเป็นประจำทุกปี ซึ่งแต่ละพื้นที่กำหนดสถานที่ตรวจเลือกแตกต่างกันเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และโปร่งใส

 

สำหรับปี 2569 มีผู้เข้าข่ายต้องตรวจเลือกมากถึง 477,435 คน แต่กองทัพมีความต้องการกำลังพลรวมเพียง 84,380 นาย แบ่งเป็น กองทัพบก 42,926 นาย กองทัพเรือ 11,101 นาย กองทัพอากาศ6,704 นาย สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม 770 นาย และกองบัญชาการกองทัพไทย 817 นาย

ขณะเดียวกัน มีผู้สมัครใจผ่านระบบออนไลน์แล้วกว่า 22,062 นาย ทำให้จำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการตรวจเลือกแบบจับใบดำใบแดง เหลือประมาณ 62,318 นาย ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านจากระบบบังคับไปสู่ระบบสมัครใจที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น

ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกเป็นทหารกองประจำการในปีนี้ จะได้รับค่าตอบแทนรวมประมาณ 11,000 บาทต่อเดือน ก่อนหักค่าใช้จ่าย พร้อมสวัสดิการด้านสุขภาพ และการดูแลจากกองทัพ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้บางส่วนตัดสินใจสมัครใจเข้ารับราชการทหาร

อย่างไรก็ตาม การเกณฑ์ทหารปีนี้ไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการคัดเลือกกำลังพลเท่านั้น แต่ยังเป็นประเด็นทางนโยบายที่หลายฝ่ายจับตามอง โดยเฉพาะฝ่ายค้านจาก“พรรคประชาชน“ ที่นำโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศรลงพื้นที่สังเกตการณ์การเกณฑ์ทหารในเขตพระโขนง พร้อมตั้งคำถามถึงความชัดเจนของรัฐบาลเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทหารอาสา และตั้งข้อสังเกตว่า การเกณฑ์ทหารปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายหรือไม่

นอกจากนี้ ยังติดตามเรื่องสวัสดิการกำลังพล โดยเฉพาะทหารพราน และตำรวจตระเวนชายแดน ที่ปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีทั้งผู้บาดเจ็บ พิการ และเสียชีวิต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงเรื่องการเยียวยาอย่างครบถ้วน

ในด้านนโยบายความมั่นคง นายวิโรจน์ ยังแสดงความเห็นต่อ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนใหม่ ว่าเป็นผู้ที่เข้าใจปัญหาในกองทัพดีอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือความจริงจังในการลงมือปฏิรูปมากกว่าการรับรู้ปัญหา

ขณะเดียวกัน ต้องจับตานโยบายของ พรรคภูมิใจไทย ที่เคยหาเสียงเรื่อง “ทหารอาสา 100,000 คน” เปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ สัญญาจ้าง 4 ปี รายได้ประมาณ 12,000 บาทต่อเดือน พร้อมสวัสดิการ และโควตาเข้าโรงเรียนนายสิบ เพื่อสร้างกองทัพสมัยใหม่

รวมถึงแนวคิดของที่เสนอปรับโครงสร้างความมั่นคง ลดจำนวนนายพล เพื่อนำงบประมาณไปพัฒนาอาวุธ เปลี่ยนผ่านสู่ระบบสมัครใจ และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้การเกณฑ์ทหารปี 2569 ไม่ใช่เพียงกระบวนการประจำปี แต่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกองทัพไทย ว่าจะเดินหน้าสู่ระบบสมัครใจเต็มรูปแบบได้หรือไม่ ท่ามกลางความสนใจของสังคมสิ่งสำคัญสำหรับผู้เข้ารับการตรวจเลือก คือการรู้สิทธิและหน้าที่ของตนเอง เตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เพราะไม่ว่าผลจะออกมาเป็นใบดำหรือใบแดง การเตรียมตัวที่ดี จะช่วยลดความกังวลและทำให้รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมั่นใจ

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่