28 มีนาคม 2569 ครบรอบ 1 ปี “แผ่นดินไหว ครั้งรุนแรงในเมียนมา ซึ่งแรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายจังหวัดของไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง จน”ตึก สตง.สูง 30 ชั้น มูลค่ากว่า 2,136 ล้านบาทที่กำลังก่อสร้างถล่มลงมากลางกรุง กลายเป็นไวรัลในชั่วพริบตา คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 100 บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง สร้างความโกลาหลไปทั้งเมือง และตามมาด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่มีคำตอบ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 13.20 น. เกิดเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 8.2 แม็กนิจูด ความลึก 10 กิโลเมตร มีศูนย์กลางอยู่ในประเทศเมียนมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 326 กม.แรงสะเทือนถึงประเทศไทยหลายพื้นที่ รวม 63 จังหวัด และมีพื้นที่ได้รับความเสียหาย 18 จังหวัด
รวมถึงในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตึก สตง.ถล่ม รวมแล้วมีผู้เสียชีวิต 89 ราย สูญหาย 7 คน บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง,เครนก่อสร้างคอนโดมิเนียม ย่านบางโพถล่มจนคนงานบังคับเครนตกจากที่สูง เสียชีวิต 1 ราย ละเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาอีกหลายครั้ง สร้างความวิตกกังวลให้ประชาชน และส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ โดยเฉพาะคอนโดมีเนียม อาคารสูงต่างๆ แทบขายไม่ได้
เหตุการณ์ ตึก สตง.ที่กำลังก่อสร้างถล่ม และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากแผ่นดินไหวนั้น ถูกตั้งคำถามในหลายประเด็น ทำไมตึกอื่นๆ ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง หรือ ที่มีความสูงใกล้เคียงกันไม่เป็นไร ทำไมถล่มแค่ตึกนี้ตึกเดียว ปัญหาเกิดจากโครงสร้าง หรือ เกิดเพราะมีการทุจริตคอร์รัปชั่น
จน “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ต้องมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยมีตัวแทนจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ สถาบันการศึกษา และองค์กรวิชาชีพด้านวิศวกรรมเข้าร่วมตรวจสอบอย่างรอบด้าน ขณะเดียวกันภาคส่วนต่างๆ ก็หันมาให้ความสนใจกับการป้องกันเหตุแผ่นดินไหว ตึกถล่มกันมากขึ้น ตลอดจนมีการใช้เงินในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบแล้วรวมกว่า 129.85 ล้านบาท ทั้งกรณีเสียชีวิตค่ารักษาพยาบาล และเงินเยียวยาเพิ่มเติมจากหน่วยงานต่าง ๆ
4 สถาบันวิศวกรรม เผยแพร่ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตึก สตง.ถล่ม เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ระบุพบข้อบกพร่องสำคัญหลายประเด็น ทั้งในด้านโครงสร้าง วัสดุ และการออกแบบ ส่วนการดำเนินคดี ขณะนี้มีการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 23 รายทั้งนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ในความผิดเกี่ยวกับการออกแบบ ควบคุมงาน และก่อสร้างที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
รวมถึงการใช้เอกสารไม่ถูกต้อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินคดีของ ดีเอสไอ รวมถึงคณะกรรมการ ปปช.ก็เข้ามาตรวจสอบด้วย แต่ทั้งหมด ยังไม่มีคดีไหนได้บทสรุปเอาคนผิดมารับโทษได้เลย
ขณะที่ สตง.ในฐานะเป็นผู้เสียหาย และเสียชื่อ ชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการ ก่อนครบ 1 ปี ตึก สตง.ถล่มว่า ได้เตรียมเอกสารกว่า 40,000 แผ่น ให้ตรวจสอบ พร้อมให้ความร่วมมือทุกมิติ หากพิสูจน์แล้วว่ามีความผิดสามารถดำเนินการได้ทันทีจะไม่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเด็ดขาด
และยืนยันจะไม่มีการสร้างต่อ ส่วนพื้นที่เดิมเตรียมคืนสัญญาให้กับการรถไฟ ส่วนงบประมาณที่เสียไป 2 พันกว่าล้าน ได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างก่อสร้างและควบคุมงานแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้รับจ้าง ตลอดประสานบริษัทประกันภัยให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน และยังไม่มีแผนการก่อสร้างอาคารใหม่ ยังไม่มีโครงการเพิ่มเติม
นอกจากนี้ หลายหน่วยงาน หลายองค์กร พยายามถอดบทเรียน ในการป้องกัน รวมถึงยังหาทาง วางมาตรการในการกู้ภัย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ท้ายที่สุดแล้ว โศกนาฏกรรม ตึก สตง.ถล่ม จากแผ่นดินไหว เตือนให้เราตระหนักว่า หากมีการคอร์รัปชันเกิดขึ้นจริง ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ได้พรากเพียงผลประโยชน์ของส่วนรวม แต่มันพรากชีวิตของผู้คนไปด้วย
ดังนั้น ความยุติธรรมของคดีนี้จึงไม่ควรจบลงเพียงการหาผู้รับผิดชอบเป็นรายบุคคล หากแต่ต้องนำไปสู่ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่น หรือการสร้างระบบ รื้อระบบ เพื่อทำให้การทุจริตหมดสิ้นไปจากประเทศไทยด้วย แต่คำถามคือ 1 ปีแล้ว ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันแล้วบ้าง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews