กลางดึกวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ในวันที่คนไทยกำลังหลับใหล รัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่กระเป๋าตังค์ประชาชน ด้วยการประกาศขึ้นราคาน้ำมันรวดเดียว”6 บาทต่อลิตร” ส่งผลให้ราคาขายปลีกพุ่งทะยานจ่อแตะ 50 บาท
ความเจ็บปวด คือ “มีเงินก็เติมไม่ได้” เพราะหลายปั๊มน้ำมันแห้งเหือด แต่พอราคาขยับขึ้นปุ๊บ น้ำมันที่เคยหายไปกลับเริ่มโผล่มาให้เห็น นี่คือสิ่งที่ถูกประนามว่าเป็นการ “ลักไก่” ครั้งมโหฬาร ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่จ่อซ้ำเติมด้วยค่าไฟในอนาคตอันใกล้นี้
พรรคประชาธิปัตย์ นำโดย “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ออกมาฟาดรัฐบาลทันควัน ตั้งข้อสังเกตว่า การประกาศข่าวช่วง 4-5 ทุ่ม หลังปิดประชุมสภา คือการ “จงใจหนีตรวจสอบ” การขึ้น 6 บาทเมื่อคืนนี้เปรียบเสมือนการ ‘ปล่อยผีไอ้โม่ง’ เพราะพอกักตุนจนราคาขยับขึ้นตามที่ต้องการแล้ว น้ำมันก็จะถูกปล่อยออกมาขายทันที โดยที่รัฐบาลไม่ไปตามจับใครเลย
ด้าน “กรณ์ จาติกวณิช” ชี้เป้าไปที่ “โรงกลั่น” ที่ฟันกำไรลาภลอยจากค่าการกลั่นที่พุ่งสูงถึง 6.33 บาทต่อลิตร พร้อมเสนอทางออกที่ไม่ต้องขึ้นราคาสักบาทเดียว คือ การลดภาษีสรรพสามิตลงทันที 6 บาทและเก็บเงินจากกำไรมหาศาลของโรงกลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน แทนการบีบคอประชาชน
ฝั่งพรรคประชาชน “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” และ “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” ตอกย้ำว่า นี่ไม่ใช่แค่วิกฤตพลังงาน แต่เป็น “วิกฤตศรัทธา” เพราะรัฐบาลไม่เคยฟังข้อเสนอการขึ้นราคาแบบบันไดเพื่อลดแรงกระแทกพร้อมตั้งคำถามถึงผลประโยชน์ทับซ้อนของคนในรัฐบาลกับธุรกิจพลังงาน
ขณะที่พรรคกล้าธรรม โดย “สิรภพ สมผล” และ “ปกรณ์ จีนาคำ” สะท้อนเสียงคนรากหญ้าและคนพื้นที่ห่างไกลอย่างแม่ฮ่องสอน ว่า ประชาชนเหมือนโดน “ปล้นกลางแดด” ต้นทุนค่าขนส่งที่สูงอยู่แล้วบวกกับน้ำมันที่ขึ้นแบบก้าวกระโดด กำลังทำให้โรงงานต้องปลดคนงาน และเกษตรกรต้องหยุดเดินเครื่องจักรเพราะแบกต้นทุนไม่ไหว
เพื่อตอกย้ำความโปร่งใสที่หายไป เมื่อ สว.นรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานกรรมาธิการพัฒนาการเมือง วุฒิสภา เปิดเผย หลังสอบหน่วยงานรัฐ 5 ชั่วโมงเต็ม แต่กลับได้คำตอบเพียง “น้ำมันหายไปเพราะคอขวด”โดยไม่มีใครกล้าเปิดเผยสต็อกน้ำมันที่แท้จริง
ซ้ำร้ายกว่านั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคส่งสัญญาณเตือนภัยถัดไป ต้นทุน LNG โลกพุ่ง เตรียมปรับค่า FT ขึ้นอีก 5-6 สตางค์ในเดือนพฤษภาคมนี้
นอกจากนี้ ยังมี สส.ฝ่ายค้าน-รัฐบาล ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆ บนเฟซบุ๊ก อย่างเช่น “พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” โพสต์ว่า “แบบนี้มันปล้นกันชัดๆ” สส.ชัยชนะ เดชเดโช โพสต์ว่า “มืออาชีพมาก ขึ้นลิตรละ 6 บาท ครับ”สส. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส โพสต์ว่า “วันเดียวกำไรลิตรละ 6 บาท พอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว“ รวมถึง สส.สิงโต ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง“ โพสต์ว่า “ไม่มีเพดาน ไม่แทรกแซงตลาดราคาน้ำมันคงไม่หยุดแค่นี้”
บทสรุปของสงครามราคาครั้งนี้ เมื่อรัฐบาลเลือกใช้วิธี “มักง่าย” ด้วยการขึ้นราคา เพื่อแก้ปัญหาการกักตุน ผลลัพธ์ที่ตามมา คือ “ของแพงทั้งแผ่นดิน” หากนายกฯ อนุทิน ยังไม่มีคำอธิบายที่ชัดเจนและไม่มีมาตรการเยียวยาที่จับต้องได้ วิกฤตศรัทธาครั้งนี้ อาจลุกเป็นไฟยิ่งกว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊ม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews