การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกหลังโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักและเรียบร้อย มี สส. เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียง โดยไฮไลต์สำคัญ คือ “นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่เคลียร์คิวงานบริหาร ยอมมอบหมายให้ ผบ.ตร. ประชุม ก.ตร. แทน เพื่อเดินทางเข้าสภาฯ รับฟังญัตติด่วนด้วยวาจาปมวิกฤตพลังงานด้วยตนเอง
ญัตติด่วนด้วยวาจาวันนี้ พิจารณาแนวทางรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มี สส.ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ร่วมเสนอญัตติด่วน 6 คนได้แก่ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” จากพรรคภูมิใจไทย “วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร” พรรคประชาชน “กรณ์ จาติกวณิช” พรรคประชาธิปัตย์ “จาตุรนต์ ฉายแสง” พรรคเพื่อไทย “สัญญา นิลสุพรรณ” พรรคกล้าธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง จากพรรคประชาชาติ โดยมีสมาชิกร่วมอภิปรายเพื่อสะท้อนภาพจริงที่สวนทางกับตัวเลขของรัฐบาล
เริ่มจาก “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” จากภูมิใจไทย เปิดประเด็นว่า แม้กระทรวงพลังงานจะบอกว่า มีน้ำมันสำรองเป็นร้อยวัน แต่ทำไมปั๊มน้ำมันหลายแห่งกลับได้โควตาน้อยลงจนน้ำมันหมดหัวจ่าย นี่คือความล้มเหลว ของการสื่อสารที่ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก
ขณะที่ “วีระยุทธ“ จากพรรคประชาชน และ ”กรณ์“ จากพรรคประชาธิปัตย์ ย้ำตรงกันว่า น้ำมันคือ “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจ ตั้งแต่ไรเดอร์ไปจนถึงเกษตรกรช่วงเก็บเกี่ยว หากต้นทุนพลังงานพุ่งและหาเติมยากเช่นนี้ เศรษฐกิจทั้งระบบเสี่ยงเข้าสู่ภาวะเงินเฟ้อสูงแต่เติบโตต่ำทันที
ด้าน “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” จากพรรคประชาชาติ อภิปรายอย่างเผ็ดร้อนถึงความมั่นคงทางพลังงาน โดยเสนอให้รัฐเลิก “ยืมจมูกคนอื่นหายใจ” แต่ควรหันมาใช้ “น้ำมันปาล์มบนดิน” หรือ B100 แทนน้ำมันใต้ดิน พร้อมจี้ให้รัฐยึดคืนการผลิตไฟฟ้าจากเอกชนมาบริหารเอง หากทำได้จริง ค่าไฟอาจลดลงได้ทันที 50 สตางค์ต่อหน่วย
ส่วน “จาตุรนต์” จากเพื่อไทย ออกมาเตือนรัฐบาลให้ “พูดความจริงกับประชาชนให้หมด” โดยชี้ว่าส่วนต่างราคาน้ำมันลิตรละ 20 บาทจากเงินอุดหนุนกองทุนน้ำมัน กำลังกลายเป็นช่องว่างให้เกิดการกักตุน เพื่อเก็งกำไร พร้อมอ้างข้อมูล IMF ว่าถ้าราคาน้ำมันดิบโลกยังพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแบบนี้ มาตรการลดภาษีสรรพสามิตอย่างเดียว “เอาไม่อยู่” แน่นอน
อีกหนึ่งเสียงสะท้อนที่บาดลึกมาจาก “วสวรรธน์ พวงพรศรี” หรือ “สส.กังฟู” จากพรรคไทยรวมพลัง ที่แฉภาพจริงที่ชายแดนอุบลราชธานี ชาวบ้านต้องไปรอคิวเติมน้ำมันตั้งแต่ตี 3 กว่าจะได้เติมคือ 2 ทุ่มของอีกวัน พร้อมเสนอหลักการ “สวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวเองก่อน” โดยขอให้รัฐชะลอการส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเก็บไว้ให้คนในชาติใช้ก่อนในยามวิกฤต ซึ่งรถบรรทุกเติมได้แค่ 500-1,000 บาท วิ่งได้ 40 กิโลเมตรน้ำมันหมด จากอุบลฯ ไปแหลมฉบังต้องเติมกี่ปั๊ม นี่คือเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจที่กำลังจะแตก
แม้ทาง สส. ฝ่ายค้านจะเรียกร้องให้นายกฯ ชี้แจงทันที แต่ในเชิงระเบียบสภา “กรวีร์ ปริศนานันทกุล” ระบุว่า นี่เป็นเพียงการเสนอญัตติเพื่อส่งต่อให้รัฐบาลพิจารณา ไม่ใช่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ อย่างไรก็ตาม การที่นายกฯ นั่งฟังด้วยตนเองเกือบตลอดการประชุม คือ สัญญาณที่ประชาชนหวังว่าจะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ “กล้าหาญ” และ “จริงใจ” มากกว่าที่ผ่านมา
ทั้งนี้ หากบริหารจัดการน้ำมันที่ “มีอยู่จริงในระบบ” ให้ถึงมือประชาชนไม่ได้ “วิกฤตพลังงาน” อาจกลายเป็น “วิกฤตศรัทธา” ที่สั่นคลอนรัฐบาลชุดใหม่นี้ได้ตั้งแต่วันแรก
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews