ความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ บก.ปคบ. ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด และพลังงานจังหวัด เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันแห่งหนึ่งในพื้นที่จ.อ่างทอง หลังพบความผิดปกติของสต็อกน้ำมันในคลัง ซึ่งมีปริมาณน้ำมันหมุนเวียนสูงถึงกว่า 330,000 ลิตร
ล่าสุด พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่พบเอกสารสำคัญคือ “ใบกำกับการขนส่งน้ำมัน” ซึ่งในวันเข้าตรวจค้น ผู้ประกอบการไม่สามารถนำมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้อ้างเพียงว่าเป็นน้ำมันที่รับซื้อมาในราคาหนึ่งเท่านั้น ซึ่ง พนักงานสอบสวน ได้ออกหมายเรียกผู้ประกอบการคลังน้ำมันดังกล่าว เพื่อให้นำใบกำกับการขนส่งมาแสดง และตรวจสอบที่มาของน้ำมันว่าเป็นของแหล่งใดและอยู่ในลอตใด
หากไม่สามารถนำมาแสดงได้ อาจเข้าข่ายความผิดตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างน้ำมันเชื้อเพลิงส่งตรวจสอบคุณภาพ ว่าตรงตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่หากผลตรวจพบว่าไม่เป็นไปตามเกณฑ์ จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม พร้อมขยายผลสืบสวนหาที่มาอย่างละเอียด
รอง ผบช.ก.กล่าวด้วยว่า ส่วนประเด็นความผิดอื่น ๆ ขณะนี้อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ซึ่งจะเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจ บก.ปคบ. เพื่อพิจารณาว่าเข้าข่ายกักตุนสินค้าหรือค้ากำไรเกินควรหรือไม่ ทั้งนี้ รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจทางหลวง ตำรวจน้ำ และตำรวจท้องที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยเฉพาะสถานที่ที่อาจมีการเอาเปรียบประชาชนในช่วงสถานการณ์ปัจจุบันด้วย
ขณะที่ พลังงานจังหวัดอ่างทอง แจ้งความ” บริษัทคลังน้ำมันออกใบขนส่งไม่ถูกต้อง โดยข้อเท็จจริงล่าสุดพบว่าเป็นความผิดปกติใน “เอกสารกำกับการขนส่ง” ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบควบคุมพลังงานทั้งประเทศ
นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า จากการตรวจสอบเส้นทางน้ำมันพบว่า น้ำมันต้นทาง มาจาก IRPC โดย ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 จำนวน 2 ราย เป็นผู้รับและจัดส่งต่อไปยังคลังในพื้นที่อ่างทอง แต่เอกสารกลับระบุปลายทางอยู่ในกรุงเทพมหานคร สร้างข้อสงสัยถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูล ซึ่งอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก
ในส่วนของภาพรวมสถานการณ์พลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน ยืนยันว่า ประเทศไทยยังเน้นย้ำว่า มีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอใช้งานไม่น้อยกว่า 103 วัน โดยแบ่งเป็นน้ำมันสำรองเชิงพาณิชย์กว่า1,504 ล้านลิตร สำรองตามกฎหมาย 3,389 ล้านลิตร และน้ำมันระหว่างขนส่งอีกกว่า 4,200 ล้านลิตร ด้านกำลังการผลิต โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 5 แห่ง ได้แก่ โรงกลั่นบางจาก โรงกลั่นบางจากศรีราชาIRPC SPRC และ ไทยออยล์ มีกำลังผลิตน้ำมันเบนซินรวมประมาณ 35.28 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่ดีเซลจาก 6 โรงกลั่นอยู่ที่ราว 79.91 ล้านลิตรต่อวัน
อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันดีเซลในประเทศมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ โดยบางช่วงพุ่งเกิน 100 ล้านลิตรต่อวัน จากค่าเฉลี่ยปกติที่ 67–70 ล้านลิตร ส่งผลให้ต้องเร่งดึงน้ำมันสำรองออกมาใช้ และกระจายเข้าสู่สถานีบริการอย่างเร่งด่วน ภาครัฐจึงได้ผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการขนส่งน้ำมันในเขตเมือง และเร่งระบายดีเซลเข้าสู่ระบบไม่ต่ำกว่า 130 ล้านลิตร พร้อมตั้งเป้าเพิ่มความเร็วการกระจายอีกวันละ 10 ล้านลิตร เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายภายใน 1–2 สัปดาห์
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews