กกต.ย้ำทำตาม กม.ปมQR Code รอแจง ศาลรธน.

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน เรื่องการพิมพ์บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่อาจกระทบต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ

 

ทั้งนี้ อาจเชื่อได้ว่าสามารถใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดสืบทราบและตรวจสอบตัวตนผู้ลงคะแนน รวมถึงผลการลงคะแนนได้ทำให้การออกเสียงลงคะแนนมิได้เป็นไปโดยลับ ตามข้อสังเกตของผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังได้รับเรื่องร้องเรียนมากถึง 21 คำร้อง โดยศาลรัฐธรรมนูญให้ เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญสงสัยภายใน 15 วัน

 

ล่าสุด นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เป็นคดีที่อยู่ในกระบวนการ ซึ่งหลังจากนี้ ก็ต้องรอดูหนังสือจากศาลรัฐธรรมนูญว่าจะให้ชี้แจงในประเด็นอะไร และเวลาใดบ้าง แต่ยืนยันว่า กกต.ทำตามหน้าที่ ที่กำหนดให้ กกต.ต้องทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ

 

ซึ่งเรามีหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีข้อสงสัยของประชาชนได้นำไปร้อง ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่า ที่เราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่ เพราะที่ไปศาลรัฐธรรมนูญ เป็นปัญหาเรื่องความชอบของรัฐธรรมนูญ และอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของศาลซึ่งตอนนี้ เรายังไม่ได้รับเอกสารจากทางศาลรัฐธรรมนูญ

 

เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งเป็นโมฆะจะส่งผลอย่างไรต่อ กกต. หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า มันยังไม่ถึงตรงนั้น และในทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น ยืนยันว่าทุกอย่างอยู่ที่ศาล เรามีหน้าที่ในส่วนของเรา

 

ส่วนที่มีการเอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่ทางสำนักงาน กกต. ยังคงยืนยันว่าเราทำกฎหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ

 

และหาก กกต.บอกว่าการเลือกตั้ง ยังเป็นความลับอยู่เหตุใดจึงแจ้งความดำเนินคดีกับ 6 บุคคลในข้อหาที่รุนแรง นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ และมีหน้าที่ในการทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ถ้ามันจะไม่ลับไม่ต้องมีการพิสูจน์ อย่างกรณีหันคูหาออก

 

แต่ที่ทำกันตอนนี้คือพยายามจะรู้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร ซึ่งกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว และถ้าดูตามข้อเท็จจริงมันต้องใช่คน 5-6 คนที่จะต้องไปเอามาประติดประต่อกันแต่ก็ยังไม่สามารถรู้ได้อยู่ดี ซึ่งตามกฎหมายคำว่าลับคือ ณ.ขณะที่ลงและขณะที่เอาไปเก็บ ซึ่ง กกต.ก็มีมาตรการในการที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ

 

ขณะที่ความคืบหน้าคดีที่ กกต. แจ้งความเอาผิด 6 บุคคลไว้ กรณีถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ล่าสุด นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อม ฝ่ายกฎหมาย กกต.เดินทาง เข้าพบ พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพิ่มเติม พงส.บก.ป.เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม

 

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยทั่วประเทศที่ กกต.ได้มีการรับแจ้งความร้องทุกข์ไว้ในจังหวัดต่างๆ รวบรวมส่งมาให้ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยให้ตั้งขึ้นเป็นคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน โดยกำลังหารือกับทาง ผบ.ตร.และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ว่าจะตั้งคณะ พนักงานสืบสวนสอบสวนของ ตร. หรือของ บช.ก.เองในการดำเนินการคดีนี้ เพื่อรวมเป็นคดีเดียวกันทั้งหมด

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews