หลังจากโหวตเลือก นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 วาระ 2 ไปวานนี้ (19 มี.ค.69) ด้วยคะแนน 293 เสียง โดยไม่มีเสียงแตก พร้อมได้คะแนนเพิ่มขึ้นจาก สส.ฝ่ายค้านด้วยจากนั้นก็เป็นไปตามขั้นตอนกระบวนการ เนื่องจากจำเป็นต้องมีรัฐบาลอำนาจเต็มโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ที่ทั่วโลกเผชิญจากสงครามตะวันออกกลาง ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ
โดยวันนี้ (20 มี.ค.69) เวลา 13.38 น. นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อัญเชิญพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี มายังที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทินรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ซึ่งคำแรกที่นายอนุทิน ในฐานะที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี อีกวาระ ได้กล่าวว่า
“จะมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างเต็มกําลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม ให้สมกับที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย เพื่อความผาสุกของประชาชนชาวไทย และความวัฒนาสถาพรของประเทศชาติ ตามพระราชปณิธาน และเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
พร้อมกันนี้ ยังขอให้คำมั่นสัญญาต่อประชาชนว่าจะใช้ความรู้ความสามารถประสบการณ์ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีเพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถและจะควบคุมกำกับดูแลให้รัฐบาล ประกอบไปด้วย คณะรัฐมนตรี ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน เป็นลำดับแรกและจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานของรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาของประเทศ มีส่วนร่วมกับการพัฒนาประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า การทำงานของภาครัฐจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจริงจังจากทุกภาคส่วนเพื่อการบริหารงานที่โปร่งใส โดยตั้งอยู่บนนิติรัฐ นิติธรรม
ขอให้การเปลี่ยนผ่านรัฐบาลในครั้งนี้ได้สร้างบรรยากาศใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเป็นบรรยากาศของการมองไปข้างหน้าร่วมกันและให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ๆ ที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยในรายละเอียดที่รัฐบาลจะดำเนินการในเทอมนี้ ในส่วนที่เป็นนโยบายและมีรายละเอียดนั้น ตนจะเร่งแถลงเป็นวาระการแถลงนโยบายของรัฐสภาโดยรวดเร็วต่อไป
สำหรับขั้นตาม หลังจากมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว จะต้องจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) และเมื่อเลขาธิการคณะรัฐมนตรีตรวจสอบคุณสมบัติรายชื่อ ครม. แล้วจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อให้โปรดเกล้าฯ ครม. ต่อไป
ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อม ครม. ชุดใหม่ เข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ และจะต้องมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาภายใน 15 วันจึงจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างไรก็ตาม นับเป็นวาระที่ 2 ในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอนุทิน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews