สถานการณ์น้ำมันในประเทศยังคงอยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาพสถานีบริการน้ำมันบางแห่งทยอยปิดให้บริการเป็นช่วงๆ และมีการติดป้ายแจ้งน้ำมันหมดจนทำให้เกิดความกังวล โดยวันนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีแทนนายกรัฐมนตรี ที่ติดภารกิจอยู่สปป.ลาว โดยได้ยืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยยังไม่มีภาวะขาดแคลนน้ำมัน และมีสำรองเพียงพอ
โดยระบุว่า จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มีนาคม ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอใช้งานได้ประมาณ 96 วัน ขณะที่บางหน่วยงานประเมินรวมการนำเข้าและสัญญาล่วงหน้าแล้ว อาจเพียงพอได้ถึงกว่า 100 วัน
สาเหตุที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าน้ำมันขาดแคลน มาจาก “ปัญหาการกระจายและขนส่ง” เป็นหลัก ไม่ใช่ปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอ โดยเฉพาะสถานีบริการขนาดเล็ก หรือปั๊มไม่มีแบรนด์ ซึ่งมีมากกว่า 23,000 แห่งทั่วประเทศ ประสบปัญหาน้ำมันหมด ขณะที่สถานีบริการขนาดใหญ่ภายใต้แบรนด์หลักกว่า 10,000 แห่ง ต้องรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บางแห่งน้ำมันขาดเป็นบางชนิด หรือปิดให้บริการชั่วคราว
ด้านกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า ขณะนี้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งของประเทศ เดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 100% โดยมีกำลังกลั่นรวมประมาณ 175 ล้านลิตรต่อวัน และหากสามารถเพิ่มกำลังได้ ก็พร้อมดำเนินการทันที
อย่างไรก็ตาม ความต้องการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงเกือบ 2 เท่าในช่วงสั้น ๆ ประกอบกับข้อจำกัดด้านความปลอดภัยในการขนส่ง ทำให้ระบบลำเลียงน้ำมันไม่สามารถรองรับได้ทันในบางพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า กระทรวงพลังงานได้ประสานหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินรถบรรทุกน้ำมัน รวมถึงเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่สถานีบริการให้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการป้องกันการกักตุน และกำชับให้ผู้ค้าส่งกระจายน้ำมันไปยังสถานีขนาดเล็ก เพื่อให้เกิดความทั่วถึงมากขึ้น
ในด้านราคาน้ำมัน มีแนวโน้มปรับขึ้นเล็กน้อย โดยคาดว่าในวันพรุ่งนี้ ราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลจะมีการขยับขึ้น “ในระดับหลักสตางค์” ไม่ถึง 1 บาทต่อลิตร และจะพยายามตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดปรับโครงสร้างน้ำมันดีเซลให้มีรูปแบบคล้ายเบนซิน เช่น การแยกสูตร B7 และ B20 โดยอาจกำหนดให้ B20 สำหรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และการเกษตร ซึ่งมีแนวโน้มราคาถูกกว่าประมาณ 4-5 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ คือ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ที่ปัจจุบันติดลบกว่า 12,000 ล้านบาท และอาจเพิ่มเป็นกว่า 40,000 ล้านบาท หากไม่มีมาตรการรองรับ โดยรัฐบาลอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางกู้เงินเพิ่มเติมซึ่งอาจต้องใช้การค้ำประกันจากกระทรวงการคลังในอนาคต
ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ยืนยันสถานการณ์น้ำมันในประเทศยังมีเพียงพอ โดยโรงกลั่นสามารถเดินเครื่องผลิตได้เต็มกำลัง 100% พร้อมสั่งเพิ่มกำลังการผลิตบางแห่งเพื่อรองรับการใช้พลังงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกหรือกักตุนน้ำมันเนื่องจากสถานการณ์ไม่ได้เกิดจากการขาดแคลน แต่เป็นเพียงปัญหาการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยได้จัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมจากต่างประเทศ โดยล่าสุดซื้อน้ำมันจากแองโกลาเกือบ 2 ล้านบาร์เรล และจากสหรัฐอเมริกากว่า 6 แสนบาร์เรล เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน
ส่วนการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ยอมรับว่า ยังมีข้อจำกัดด้านเงื่อนไขและปริมาณ จึงช่วยได้เพียงบางส่วน โดยราคาซื้อขายยังเป็นไปตามกลไกตลาด ไม่ได้มีราคาพิเศษแต่อย่างใด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews