“เซราะกราว” บุรีรัมย์ พาวเวอร์

Hot Clips Video

 

เมื่อเลือกตั้งจบ รู้ผลใครคือผู้ชนะ เกมการเมือง ก็จะเป็นเรื่องของการต่อรอง ชิงไหวชิงพริบ เมื่อผลประโยชน์ลงตัว ทุกอย่างก็เดินหน้าได้ แม้ว่าจะเคยมีอดีต มีความขุ่นข้องหมองใจกันแค่ไหน ทุกอย่างก็ไม่มีปัญหา รัฐบาล “หนู 2” ก็เช่นกัน ในยุคสีน้ำเงินเรืองอำนาจ โฉมหน้า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่เป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ตั้งแต่ก่อนมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภา ตำแหน่งรัฐมนตรี มีการล็อคสเปก จัดสรรเสร็จสิ้น “เลือดใหม่ เลือดแท้ ลูกเทพ” ได้ตำแหน่งกันไปถ้วนหน้า
ส่วนฝั่งเพื่อไทยก็เหมือนจะจบ เมื่อส่งชื่อ “เลิศศักดิ์ พัฒนกุล” สส.เลย มานั่งรองประธานสภา ช่วยงาน “โสภณ ซารัมย์” นักการเมืองรุ่นใหญ่มากประสบการณ์จากบุรีรัมย์ บัดดี้คนสำคัญของ”เนวิน ชิดชอบ” ที่พรรคสีน้ำเงินมีมติเสนอชื่อชิงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฏร เป็นประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ

 

จะว่าไปแล้ว ยุคนี้ต้องยอมรับว่าเป็น”บุรีรัมย์ พาเวอร์”ของแท้ ก่อนหน้านี้ มีคนพูดว่า “สว.น้ำเงิน”ยึดครองสภาสูงไปแล้ว แม้จะมีคดีฮั้ว สว.แต่ท้ายที่สุดคดีก็เงียบสนิท และคนที่เคยจะทำคดีก็สยบยอม อยู่ร่วมกับพรรคสีน้ำเงินจัดตั้งรัฐบาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเมื่อรวมกับสภาล่าง

 

ที่ภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งถล่มทลาย ก็กลายเป็นว่า ทั้งฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ เป็นสีน้ำเงินทั้งหมด ไม่ได้กินรวบตามที่หลายคนตั้งข้อสังเกตุ แต่ว่ากินเรียบทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะประมุขสภาสูง-สภาล่าง และตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ล้วนมีทะเบียนบ้านอยู่บุรีรัมย์ทั้งสิ้น

 

เริ่มจาก “มงคล สุระสัจจะ” ประธานวุฒิสภา เป็นคนสระบุรีโดยกำเนิด เป็นนักศึกษา ที่เข้าป่าเพื่อร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 เมื่อเหตุการณ์สงบ จึงกลับมาศึกษาต่อจนจบรัฐศาสตร์ รามคำแหง เข้ารับราชการกระทรวงมหาดไทย ปี 2522 เป็นปลัดอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ก่อนเติบโต เป็นนายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดตามลำดับ

 

เคยเป็นผู้ว่าฯบุรีรัมย์ ใกล้ชิดกับ “เนวิน”ก่อนย้ายมาเป็นอธิบดีกรมพัฒนาชุมชน และอธิบดีกรมการปกครอง มีชื่อลุ้นตำแหน่งปลัดกระทรวง แต่ถูกคัดค้าน เพราะมีคดีเก่า และต้องถอนตัว จึงเกษียณอายุราชการด้วยตำแหน่งผู้ตรวจราชการ

 

โดยชีวิตหลังเกษียณ ได้กลับไปใช้ชีวิตเกษตรกร โดยก่อตั้งไร่เพื่อนคุณ ที่อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนจะมาลงสมัคร สว.ในปี 67 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และได้เป็น สว. และได้รับเลือกเป็นประธานวุฒิสภาจนถึงปัจจุบัน

 

ต่อด้วย “อนุทิน ชาญวีรกุล”นายกรัฐมนตรี เกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งในกรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของนายชวรัตน์ ชาญวีรกุล ผู้ก่อตั้ง บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)แต่ย้ายทะเบียนบ้านไปที่จังหวัดบุรีรัมย์ตามความจำเป็นทางการเมือง

 

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮอฟสตราใน พ.ศ. 2532 และปริญญาโทบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ใน พ.ศ.2533 ประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ ก่อนเข้าสู่การเมือง ในยุคไทยรักไทย ของ”ทักษิณ ชินวัตร” รุ่งเรือง เป็นรัฐมนตรีตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน สนิทสนม เคารพกันเป็นพี่น้องกับ”เนวิน” และเป็นกุญแจสำคัญ ที่ทำให้การเติบโตทางการเมืองเป็นแบบก้าวกระโดด คุมกระทรวงใหญ่ต่อเนื่อง ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

ปิดท้าย “โสภณ ซารัมย์” หรือ”ครูตุ๋ง” สส.บุรีรัมย์ 7 สมัย ตั้งแต่ปี 2544-69 ไม่เคยสอบตกเลย เป็นชาวอำเภอลำปลายมาศ มีความใกล้ชิดกับ “เนวิน” ตั้งแต่เป็น สส.สมัยแรกในสีเสื้อพรรคชาติไทย ก่อนย้ายไปไทยรักไทย และเป็น 1 ในกลุ่มเพื่อนเนวิน ที่แยกตัวออกไป

 

เมื่อ”พลังประชาชน”ถูกยุบพรรค ร่วมกันก่อตั้งพรรคภูมิใจไทยในยุคแรก นับเป็นภูมิใจไทยเลือดแท้ เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในยุครัฐบาล”อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” เป็นรองนายกรัฐมนตรี ของ”อนุทิน 1″และเมื่อภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้ง ได้สิทธิ์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ถูกวางตัวให้ชิงตำแหน่งประธานสภา

 

ทั้งนี้ ในวันที่ “โสภณ” ได้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อ นายกรัฐมนตรี ประธานสภาผู้แทนราษฏร และประธานวุฒิสภา มีภูมิลำเนา ตามทะเบียนบ้าน เป็นชาวจังหวัดบุรีรัมย์ทั้งหมด รวมถึงจะมีรัฐมนตรีอีกหลายคนเป็นชาวบุรีรัมย์ นับเป็น”เซราะกราว พาวเวอร์” ที่แท้จริง

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews