“บิ๊กดุลย์”นักรบอีสานใต้ สายตรงบุรีรัมย์คุมกลาโหม?

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

ท่ามกลางความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี “ครม.อนุทิน 2” ซึ่งพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ได้รับโควตาบริหารประเทศถึง 14 กระทรวง รวม 26 ตำแหน่ง ล่าสุดเริ่มเห็นภาพชัดขึ้นในหลายเก้าอี้สำคัญ โดยเฉพาะตำแหน่งด้านความมั่นคง ที่ถูกจับตาอย่างมาก

 

แม้ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อาจไปนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อกำกับงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง แต่ท่าทีล่าสุดสะท้อนชัดว่า นายอนุทิน จะยังคงควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เหมือนเดิม

 

และมีการวางตัว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแบบเต็มตัว โดยไม่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

 

แม้ “บิ๊กดุลย์” จะมียศเพียง “พลโท” แต่ภายในกองทัพถือว่าได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเครือข่ายเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 ไม่ว่าจะเป็น พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก หรือ พล.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญของโครงสร้างผู้นำเหล่าทัพในปัจจุบัน

 

และที่สนใจ คือ บิ๊กดุลย์ เคยเรียน วปอ.รุ่นที่ 61 รุ่นเดียวกับนายกฯอนุทิน และยังถูกมองว่าเป็น “สายตรงบุรีรัมย์” ที่มีความใกล้ชิดกับครูใหญ่เนวิน แกนนำการเมืองคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทย ที่เติบมาในพื้นที่อีสานใต้ โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ รวมถึงการร่วมกิจกรรมกับสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 

ซึ่งหากย้อนดูเส้นทางทหารของบิ๊กดุลย์ จะพบว่าเป็นนายทหารที่เติบโตมาจากพื้นที่ชายแดนอย่างแท้จริง โดยเคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 หน่วยสำคัญในการดูแลแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และมีบทบาทสำคัญในช่วงสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณ ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่ ปราสาทตาควาย รวมถึง ปราสาทตาเมือนธม

ในช่วงปี 2551-2554 ซึ่งเกิดความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา บิ๊กดุลย์ ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 234 และต่อมาเป็นรองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 ทำหน้าที่นำกำลังตรึงพื้นที่ในจุดยุทธศาสตร์สำคัญจนถูกมองว่าเป็นนายทหารที่มีความเข้าใจภูมิประเทศและยุทธวิธีในพื้นที่ชายแดนอีสานใต้เป็นอย่างดี

 

และเติบโตของต่อเนื่องในหน่วยหลักของกองทัพบก ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ที่รับผิดชอบดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ก่อนจะขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 ในปี 2566 ดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด 20 จังหวัด

 

ในช่วงดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 นโยบายสำคัญคือการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวแม่น้ำโขง และการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ควบคู่กับการรักษาอธิปไตยของประเทศ ทำให้เขาได้รับการยอมรับจากกำลังพล โดยเฉพาะ “นักรบชุดดำ” ซึ่งเป็นกำลังหลักในการดูแลพื้นที่ชายแดน

 

ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่กับพื้นที่อีสานและชายแดนมาอย่างยาวนาน ทำให้พลโทอดุลย์ได้รับฉายาว่า “นักรบแห่งอีสานใต้”

 

หลังเกษียณจากตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 บิ๊กดุลย์ได้ก้าวเข้าสู่บทบาททางการเมืองในรัฐบาลอนุทิน 1 ในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์ความมั่นคง ประสานงานกับเหล่าทัพ และลงพื้นที่ดูแลขวัญกำลังใจของกำลังพลตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง

 

ขณะเดียวกัน การขยับตัวของ “บิ๊กดุลย์” ในตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ยังเกิดขึ้นในช่วงเดียวกับการจัดโผโยกย้ายนายทหารกลางปี 2569 ซึ่งมีการปรับตำแหน่งนายพลหลายตำแหน่ง เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับนายทหารรุ่นเตรียมทหาร รุ่นที่ 30 ถึง 32 ขึ้นมารับบทบาทสำคัญในกองทัพบกในอนาคต

 

การปรับย้ายครั้งนี้ นอกจากเป็นการเลื่อนตำแหน่งให้กับนายทหารที่ใกล้เกษียณในเดือนตุลาคม 2569 แล้ว ยังถูกมองว่าเป็นการวางโครงสร้างกำลังพล เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านผู้นำกองทัพในระยะยาว

 

จึงทำให้ชื่อของ “บิ๊กดุลย์” กลายเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในสมการอำนาจ ทั้งในรัฐบาลและในกองทัพ ซึ่งอาจกำหนดทิศทางงานด้านความมั่นคงของประเทศในรัฐบาลชุดใหม่อย่างมีนัยสำคัญ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews