สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก ทำให้รัฐบาลไทยต้องเร่งวางมาตรการดูแลราคาน้ำมัน โดยเฉพาะ “น้ำมันดีเซล” ที่ถือเป็นต้นทุนสำคัญของระบบขนส่งและเศรษฐกิจทั้งประเทศ ล่าสุดวันนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ยืนยันว่า รัฐบาลยังคงมาตรการ ตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้จนถึงวันที่ 16 มีนาคม 2569 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
หลังจากครบกำหนด 15 วัน จะมีการประชุมหน่วยงานด้านเศรษฐกิจและพลังงาน เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง และกำหนดแนวทางปรับราคาในระยะต่อไป โดยรัฐบาลยอมรับว่ากลไกตลาดโลกที่ผันผวนจากสถานการณ์สงคราม อาจทำให้ราคาน้ำมันต้องค่อย ๆ ปรับขึ้นตามต้นทุน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาราคาจะไม่ได้ดูเฉพาะราคาหน้าปั๊มเท่านั้น แต่ยังรวมถึง ราคาน้ำมันในภาคอุตสาหกรรมและระบบขายส่ง ที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายใหญ่ เช่น ปตท. บางจาก คาลเท็กซ์ ส่วนที่ไม่มีบริษัทขายส่งเป็นของตัวเอง แต่จะมีบริษัทขายปลีกหน้าสถานีบริการ เช่น พีที ซัสโก้ และเชลล์ ซึ่งบริษัทขายส่งต้องมาเจรจาลูกค้าภาคอุตสาหกรรมทุกประเภท รวมถึงผู้ประกอบการ สถานีบริการน้ำมันรายอื่น ๆ เนื่องจากผู้ค้าส่งต้องเจรจากับลูกค้าภาคอุตสาหกรรมโดยตรง ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ
ในด้านความมั่นคงพลังงาน รัฐบาลยืนยันว่า ประเทศไทยยังมีน้ำมันดิบสำรองเพียงพอ โดยขณะนี้สามารถขยายระยะสำรองจากเดิม 92 วัน เป็น 98 วัน ตามข้อมูลของกระทรวงพลังงาน
แหล่งน้ำมันดิบของไทยประมาณ ครึ่งหนึ่งนำเข้าจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งต้องผ่านช่องแคปฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ขณะที่อีก 50% มาจากแหล่งนอกภูมิภาค
นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีจากการประกาศของสหรัฐอเมริกา ว่าขณะนี้เลิกบอยคอตรัสเซีย ในการส่งน้ำมันดิบออกมาขายให้กับประเทศอื่นๆ ซึ่งประเทศไทย โดยกระทรวงพลังงาน จะขอเจรจาซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย โดยรัฐบาลไทย พยายามจะจัดหาน้ำมันดิบเพื่อมาเติมในส่วนที่ขาดจากอ่าวเปอร์เซีย และลดความเสี่ยงด้านพลังงาน
อีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลเตรียมใช้ คือการเพิ่มสัดส่วน ไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล จากปัจจุบัน 7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 10 เปอร์เซ็นต์ และอาจเพิ่มได้สูงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ในอนาคต ซึ่งในอดีตเคยใช้ กับรถบรรทุกและรถกระบะได้โดยไม่มีปัญหาด้านเครื่องยนต์
ด้านโครงสร้างราคาน้ำมัน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ชี้แจงว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันในช่วงนี้ ไม่ได้เกิดจากการกำหนดราคาของโรงกลั่นในประเทศ แต่เป็นผลจาก กลไกตลาดพลังงานโลก ที่คำนวณจากส่วนต่างระหว่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาค ซึ่งอิงตามราคาที่ MOPS หรือ “ม็อบสิงคโปร์” หักด้วยต้นทุนน้ำมันดิบ
โดยค่าการกลั่นที่ถูกพูดถึงในช่วงนี้ เป็นเพียงดัชนีสะท้อนส่วนต่างราคาเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าโรงกลั่นมีกำไรเสมอไป เพราะหากซื้อน้ำมันดิบมาในราคาสูง แต่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกลดลง โรงกลั่นก็อาจประสบภาวะขาดทุนได้เช่นกัน
ทั้งนี้ รัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงพลังงานร่วมกับร่วมกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจัดทำฉากทัศน์ด้านพลังงาน เพื่อเตรียมมาตร การรองรับผลกระทบจากสงครามและราคาน้ำมันโลก
ท่ามกลางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงเคลื่อนไหวในระดับ 90 ถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยรัฐบาลยืนยันว่า แม้ราคาพลังงานจะผันผวนตามสถานการณ์โลก แต่ประเทศไทยยังมีแผนสำรองพลังงานเพียงพอ และจะดูแลไม่ให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมันในประเทศอย่างแน่นอน…
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews