แก้แค้น ท้ารบ แถลงการณ์แรก “มอจตาบา คาเมนาอี”

Hot Clips Video

 

 

28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอล ได้เปิดศึกกับอิหร่าน สังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด ในการโจมตีครั้งแรก และเป็นการจุดชนวนสงครามในตะวันออกกลางตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา อิหร่านตอบโต้กลับ ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในซาอุดิอาระเบีย,กาตาร์,คูเวต,สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์,บาร์เรน,อิรัก และโอมาน รวมถึงโจมตีอิสราเอล โดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน สงครามขยายวงกว้างไปทั้วภูมิภาค การสู้รบในสัปดาห์แรก อิหร่านเหมือนจะตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด และเสียหายอย่างหนัก

 

กระทั่งเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 10 ของการสู้รบ สภาผู้เชี่ยวชาญ องค์กรนักบวช 88 คน ผู้ทำหน้าที่เลือกผู้นำสูงสุด ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ แต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ เซยิด มอจตาบา ฮอสเซนี คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดคนที่ 3 การตอบโต้ของอิหร่านด้วยโดรน และขีปนาวุธต่อ ฐานทัพ คลังน้ำมัน และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงผลประโยชน์ของอิสราเอลและสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของธุรกิจพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อราคาพลังงานในตลาดโลก สร้างความอึดอัดให้ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นอย่างมาก ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากราคาน้ำมัน และพลังงาน กำลังสะท้อนกลับมาเล่นงาน”ทรัมป์ และสหรัฐฯ”จากทุกทิศทาง ก่อนมีสัญญาณดี “เมซูด เปเซซเคียน”ประธานาธิบดีของอิหร่าน
พูดถึง 3 เงื่อนไขยุติสงคราม ในการหารือกับผู้นำของรัสเซีย และปากีสถาน

แต่คล้อยหลังไม่ถึง 24 ชั่วโมง ช่วงค่ำของวันที่ 12 มีนาคม “อยาตอลเลาะห์ มอจตาบา คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดคนใหม่ ซึ่งยังไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะชนเลย นับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งจากสภาผู้เชี่ยวชาญได้ส่งแถลงการณ์แรกออกมา โดยให้คำมั่นว่า จะแก้แค้นให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนนับตั้งแต่เริ่มสงคราม ประกาศเดินหน้าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และจะปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อไป ท่อนหนึ่งของคำแถลงการณ์ที่ระบุว่า “การแก้แค้นครั้งนี้อาจเป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อย แต่จนกว่าจะสำเร็จอย่างสมบูรณ์ ภารกิจนี้จะยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่เราต้องทำให้ได้”

เป็นการส่งสัญญาณที่เข้มข้นมาก ก่อนจะเรียกร้องให้ปิดฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค โดยย้ำว่า “คำกล่าวอ้างของอเมริกาเกี่ยวกับการสร้างความมั่นคง และสันติภาพนั้นเป็นเพียงคำโกหก”ซึ่งเนื้อหาของแถลงการณ์นี้ เหมือนเป็นการตีแสกหน้าสหรัฐฯ และอิสราเอล ที่เป็นคู่กรณี รวมถึงเป็นการส่งสัญญาณแบบเข้มข้นไปถึงประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียด้วย

นอกจากนี้ ผู้นำสูงสุด ยังได้ขอบคุณกองทัพอิหร่าน และประชาชนชาวอิหร่าน ที่ร่วมกันต่อสู้ศัตรู ตลอดจนขอบคุณพันธมิตรของอิหร่านในภูมิภาค ทั้งกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน,กลุ่มกบฎฮูตีในเยเมน และกลุ่มติดอาวุธในอิรัก ยกย่องเป็นแนวร่วมต่อต้าน เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของอิหร่าน

และทันที่ที่แถลงการณ์นี้จบลง ราคาน้ำมันในตลาดโลก พุ่งสูงขึ้นทันที เบรนท์ทะเลเหนือ แตะระดับสูงสุดที่ 101.59 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 38% นับตั้งแต่เริ่มโจมตีอิหร่าน อีกทั้ง คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ยังยอมรับตรงๆว่ากองทัพ “ยังไม่พร้อม”ที่จะคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมัน ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็ยิ่งสร้างความวิตกกังวลเกี่ยวกับราคาน้ำมัน และพลังงานมากยิ่งขึ้น เพราะช่องแคบฮอร์มุซ มีสัดส่วนที่ น้ำมันและพลังงานทั้งโลกต้องผ่านเส้นทางนี้ ถึง 1 ใน 5 หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้ หรือรุนแรงขึ้นจากท่าทีที่แข็งกร้าวของผู้นำสูงสุดคนใหม่อิหร่าน ทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุ่นแรงจากวิกฤติน้ำมัน และคนที่จะเป็นจำเลยของโลกโดยไม่ต้องสงสัยคือ “โดนัลด์ ทรัมป์”ที่เปิดฉากโจมตีนั่นเอง

ดังนั้น สงครามครั้งนี้ แม้ท้ายที่สุดแล้ว อิหร่านจะไม่ชนะ แต่สหรัฐฯ และทั่วโลก จะต้องบอบช้ำอย่างรุนแรง กับการประกาศจะ”แก้แค้น”ของ “มอจตาบา คาเมนาอี” ให้กับผู้เสียชีวิตทุกคนนับตั้งแต่เริ่มสงคราม…

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews