จากกรณีเรือขนส่งสินค้าไทย MV Mayuree Naree (มยุรีนารี) เกิดเหตุระเบิดได้รับความเสียหายในทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ลูกเรือไทยต้องอพยพออกจากเรือ ซึ่งเหตุการณ์นี้ มีเรือสินค้า 3 ลำ ถูกโจมตีด้วย “อาวุธไม่ทราบชนิด” ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน คือ เรือบรรทุกสินค้าติดธงชาติญี่ปุ่น และเรือบรรทุกสินค้าติดธงหมู่เกาะมาร์แชลล์ ที่ได้รับความเสียหายบางส่วนจากการโจมตี ขณะที่เรือไทยโดนหนักสุดทำให้สถานการณ์ความปลอดภัยในเส้นทางเดินเรือสำคัญแห่งนี้ตึงเครียดขึ้นทันที แม้ว่าลูกเรือทั้งหมดจะได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย จากการปฏิบัติการช่วยเหลือของกองทัพเรือโอมาน แต่ยังเหลือ อีก 3 ลูกเรือที่ติดค้างภายในเรือ
ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว และมอบหมายให้กระทรวงต่างประเทศ ประสานขอให้ทางประเทศโอมานเข้าไปช่วยเหลือ 3 ลูกเรือ เพราะการระเบิดเกิดขึ้นจากช่วงท้ายเรือ และผู้ที่เข้ากะอยู่ในห้องเครื่อง
โดยกองทัพเรือไทย พลเรือเอก ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ส่งข้อความตรงถึง พลเรือตรี ซาอีฟ บิน นัสเซอร์ อัล ราห์บี ผู้บัญชาการทหารเรือโอมาน เพื่อแสดงความขอบคุณต่อการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทยอย่างทันท่วงที ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมืออันดีระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ ขณะเดียวกัน กองทัพเรือ ยังคงมี ความห่วงใยต่อชะตากรรมของลูกเรือไทยอีก 3 คน ที่ยังตกค้างบนเรือ โดยผู้บัญชาการทหารเรือได้ขอความร่วมมือจากกองทัพเรือโอมาน ในการเร่งค้นหาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มโอกาสในการพบและช่วยเหลือลูกเรือที่ยังตกค้างให้ได้โดยเร็วที่สุด
ด้านพลเรือเอก ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ เปิดเผยว่า จะเร่งตรวจสอบว่าการโจมตีเรือมยุรีนารี เกิดจากอาวุธชนิดใด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ของเรือสินค้าต่าง ๆ ของไทย
พร้อมระบุว่า การโจมตีที่เกิดขึ้น ย่อมสร้างความหวังวิตกและความอันตรายต่อการเดินเรือในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งจะต้องประเมินในภาพรวมต่อไป ว่าคู่ขัดแย้งทั้งอิหร่าน อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา จะมีท่าทีอย่างไรต่อไป ส่วน กองทัพเรือ และ ศรชล. จะต้องกำหนดมาตรการ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การเดินเรือสินค้าและคนไทยที่ปฏิบัติงานในบริเวณดังกล่าวปลอดภัย
กองทัพเรือ มีศูนย์ควบคุมการจราจรทางทะเล ภายใต้ ศปก.ทร ติดตามสถานการณ์ 24 ชั่วโมง และ จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยรับข้อมูลข่าวสารจากหลายแหล่ง และนำมาประเมินความเสี่ยง เบื้องต้นออกหนังสือเตือนเรื่องการเดินเรือไปตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 หลังเกิดสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และให้คำแนะนำหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
ขณะที่ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงความคืบหน้าถึงสถานการณ์ตะวันออกกลาง ว่า กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิด พร้อมเชิญเอกอัครราชทูตอิหร่านประจำประเทศไทยเข้าหารือข้อเท็จจริง และเตรียมหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เพื่อขอบคุณการช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน ย้ำให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางและกลับสู่การเจรจา
โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพัฒนาการสถานการณ์ ในภูมิภาคตะวันออกกลางเพื่อย้ำความกังวลต่อสถานการณ์วิกฤตในภูมิภาคซึ่งทวีความรุนแรงจากการโจมตีของอิสราเอล สหรัฐฯ และการตอบโต้ของอิหร่าน ซึ่งได้ก่อให้เกิดภัยคุกคาม ร้ายแรง ต่อชีวิตและความปลอดภัยของพลเรือนในภูมิภาคและยังมีผลต่อประชาชนในภูมิภาคอื่นๆรวมถึงคนไทยอย่างเช่นกรณีลูกเรือไทยที่ประสบเหตุเมื่อวานนี้
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า ระบุว่า เรือสินค้าสัญชาติไทยทั้งหมดได้ออกจากพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซแล้ว และไม่มีเรือไทยตกค้างในพื้นที่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews