คงปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักการเมืองเต็มตัว ที่เริ่มตั้งแต่การเข้ามาเป็นผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย การขึ้นเวทีปราศรัย ที่ถือว่ามีบทบาทสำคัญจนทำให้พรรคภูมิใจไทย กระโดดขึ้นมาเป็นพรรคอันดับ 1 ในการเลือกตั้ง ปี69 และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล
และกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในรัฐบาลใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น ที่ถูกวางตัวในบทบาทรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นกระทรวงสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ พร้อมดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วย
แม้จะถูกมองว่าเป็น “หน้าใหม่” ในแวดวงการเมือง แต่ศุภจียืนยันว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ภาพลักษณ์ของความเก่งกาจ แต่เป็น “ความตั้งใจทำงาน” เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน
ศุภจี ยังได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ามาทำงานการเมืองทำให้ถูกจับตามองมากขึ้นด้วยว่า ส่วนตัวไม่ได้กังวลกับแรงวิจารณ์ เพราะเป้าหมายหลักคือการทำงานให้เกิดผลกับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมพร้อมย้ำว่า หากเรื่องใดไม่ได้เกี่ยวข้องกับประโยชน์ของประชาชน ก็ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญมากนัก
ในเชิงบทบาทหน้าที่ ภารกิจสำคัญของรัฐมนตรีพาณิชย์ คือ การดูแลระบบการค้า การส่งออก การกำกับดูแลราคาสินค้า และการเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งหลายเรื่องมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคเกษตรกรรม
ด้วยเหตุนี้ จึงมีคำถามทางการเมืองตามมาว่า อาจต้องรับบทบาทเพิ่มเติมในฐานะรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือไม่
แต่ ศุภจี ระบุว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน และขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรี แต่ในทางปฏิบัติ กระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องทำงานเชื่อมโยงกับกระทรวงเกษตรอยู่แล้วโดยเฉพาะประเด็นด้านราคาพืชผล การส่งออกสินค้าเกษตร และการดูแลรายได้เกษตรกร พร้อมย้ำว่า การทำงานระหว่างกระทรวงจำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการ เพราะห่วงโซ่เศรษฐกิจตั้งแต่“การผลิต” ไปจนถึง “การค้า” ล้วนเชื่อมโยงกันทั้งหมด
อีกประเด็นหนึ่งที่ถูกตั้งคำถาม คือ การทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีต่างพรรคการเมือง ซึ่งศุภจี มองว่า ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ โดยให้เหตุผลว่า เป้าหมายของรัฐบาลและทุกพรรคการเมืองควรเหมือนกันนั่นคือการทำงานเพื่อประเทศและประชาชน ดังนั้น ไม่ว่าจะมาจากพรรคใด หากมีเป้าหมายเดียวกัน ก็สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยให้มองที่ “ผลงาน” มากกว่าการแบ่งแยกทางการเมือง
สำหรับกระแสข่าวเรื่องโควตากระทรวง โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่อาจเป็นของ พรรคภูมิใจไทย ศุภจี ระบุเพียงว่า รับทราบข้อมูลจากข่าวเช่นเดียวกับสาธารณชน
ขณะเดียวกัน ยังมีคำถามถึงภาระงานของรัฐมนตรีบางตำแหน่งที่อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะ 3 รัฐมนตรี แต่ศุภจี ย้ำว่า รัฐมนตรีทุกคนมีหน้าที่รับผิดชอบในบทบาทของตนเอง และทุกคนล้วนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ได้มองว่าภาระของใครจะมากหรือน้อยกว่ากัน
บทบาทของศุภจี สุธรรมพันธุ์ ในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการบริหารกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของบุคคลจากโลกการบริหารสู่เวทีการเมืองภายใต้สายตาการจับตามองของสังคมความท้าทายสำคัญต่อจากนี้ คือ การพิสูจน์ให้เห็นว่า “ความตั้งใจทำงาน” ที่พูดถึง จะสามารถแปรเปลี่ยนเป็นนโยบายและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงกับเศรษฐกิจและประชาชนได้มากเพียงใด โดยเฉพาะในช่วงทั่วโลกต้องเผชิญกับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญของรัฐบาลใหม่
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews