การรายงานตัวของ สส. ชุดที่ 27 ที่รัฐสภาใกล้ครบ 95% ดูเหมือนวงล้อประชาธิปไตยของไทยกำลังหมุนเข้าสู่โหมดการเลือกประธานสภาฯ และนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว แต่ในวินาทีที่ความหวังทางการเมืองกำลังเบ่งบาน อีกฟากหนึ่งของโลกกลับกำลังระอุด้วยไฟสงครามตะวันออกกลาง นี่คือ ‘เผือกร้อน’ สองลูกใหญ่ที่วางอยู่บนมือของ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ในฐานะผู้นำรัฐบาลรักษาการ ที่ต้องประคองทั้งเสถียรภาพในประเทศและวิกฤตโลกไปพร้อมกัน
ด้วยจำนวน สส. ที่ได้รับการรับรองเกือบครบถ้วน ทำให้ปฏิทินการเมืองขยับมาจ่อที่การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคาดการณ์กันว่า จะเกิดขึ้นเร็วที่สุดปลานเดือนมีนาคม หรือช้าที่สุดไม่เกินต้นเดือนเมษายนนี้
เผือกร้อนลูกแรก โจทย์หินของอนุทินและพรรคร่วมรัฐบาล คือ เร่งเลือกนายกฯ ฟอร์มทีมจัดตั้งรัฐบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ท่ามกลางภาวะที่ตลาดหุ้นไทยผันผวนหนักตามราคาน้ำมันโลก การจัดตั้งรัฐบาลที่มี ‘อำนาจเต็ม’ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดสรรโควตา รัฐมนตรีอีกต่อไป แต่เป็นเรื่องของการ ‘กู้วิกฤตศรัทธา’ และการใช้อำนาจบริหารที่รัฐบาลรักษาการทำไม่ได้ โดยเฉพาะการผูกพันงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าจากสงคราม
เผือกร้อนลูกที่สอง… สงครามและปากท้อง “ทำไมเราถึงต้องมีรัฐบาลใหม่ให้เร็วที่สุด? คำตอบอยู่ที่ข้อจำกัดของรัฐบาลรักษาการตามรัฐธรรมนูญ ที่ไม่สามารถอนุมัติงบประมาณก้อนใหญ่หรือตัดสินใจเรื่องความมั่นคงที่มีผลผูกพันระยะยาวได้มากนัก ในขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซเป็นปัจจัยต่อราคาน้ำมันจ่อพุ่งทะลุเพดาน
“นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า เรามีน้ำมันสำรอง แต่ในทางปฏิบัติ การขับเคลื่อนมาตรการ ‘ช่วยเหลือภาคธุรกิจ’ หรือการ ‘อัดฉีดเงินเยียวยาค่าครองชีพ’ จากผลกระทบสงคราม จำเป็นต้องใช้รัฐบาลที่มีอำนาจเต็มตามกฎหมายเท่านั้น นี่คือเหตุผลที่บีบให้การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ ต้องจบให้เร็วและต้องมีความเป็นเอกภาพสูงสุด เพื่อเป็นหัวขบวนในการรับมือกับพายุเศรษฐกิจที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหาประเทศไทย
หากการเลือกนายกรัฐมนตรีจบลงในเดือนมีนาคม ไทยจะได้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่พร้อมทำงานทันทีในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจไทยต้องการการกระตุ้นอย่างหนัก แต่หากลากยาวไปถึงเมษายน ‘สุญญากาศทางอำนาจ’ อาจทำให้ไทยเสียโอกาสในการวางแผนรับมือสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆ
เผือกร้อนทั้งสองลูกนี้ คือ บทพิสูจน์ฝีมือครั้งสำคัญของ “อนุทิน ชาญวีรกูล ”และเหล่าพรรคการเมืองไทย ว่าจะสามารถวางผลประโยชน์ทางการเมืองไว้ข้างหลัง แล้วเร่งเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล เพื่อเป็นเกราะกำบังให้ประชาชนจากพายุสงครามได้เร็วแค่ไหน
เพราะในวินาทีที่ราคาน้ำมันพุ่งและไฟสงครามยังไม่สงบ ประชาชนไม่ได้ต้องการแค่ ‘สส. ในสภา’ แต่ต้องการ ‘รัฐบาลที่ทำงานได้จริง’ เพื่อฝ่าวิกฤตนี้ไปให้ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews