จากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ดังไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร แต่ความร้อนระอุกลับส่งผลมาถึงกระเป๋าตังค์คนไทยทันที เมื่อราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนจนน่าตกใจสิ่งที่ตามมา คือ ความกังวลว่า… ค่ารถจะขึ้นตามไหม?
วันนี้หลายคนเริ่มตั้งคำถามแล้วว่า ถ้าค่าน้ำมันขึ้น พี่วิน แท็กซี่ หรือแอปฯ เรียกรถต่างๆ จะพากันขยับราคาตามนโยบาย ‘กำไรเพิ่ม แต่ประชาชนทรุด’ หรือไม่”เรื่องนี้ถึงหูนายกรัฐมนตรี! ล่าสุด “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ออกมาประกาศชัดเจนหลังเข้าพบนายกฯ อนุทิน ว่า วันนี้ (5 มีนาคม) กระทรวงคมนาคมออกประกาศ”ยาแรง” สั่งห้ามรถโดยสารสาธารณะทุกประเภท ทั้งแท็กซี่, แกร็บ (Grab), และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยเด็ดขาด เราจะออกประกาศห้ามขึ้นราคา หากมีการฉวยโอกาสจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
นั่นหมายความว่า ใครที่คิดจะอ้างสงครามเพื่อบวกราคาเพิ่มเตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะงานนี้ กฎหมายไม่มีคำว่าผ่อนปรนคำถามสำคัญ คือ รัฐจะตรึงราคาไว้ได้นานแค่ไหน “พิพัฒน์” ยืนยันว่า ตอนนี้เรามี “กันชน” ที่แข็งแกร่งอย่าง “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ซึ่งปัจจุบันสถานะกองทุนยังเป็นบวก
ต่างจากอดีตที่เคยติดลบเป็นแสนล้านบาท
แม้มาตรการตรึงราคาเบื้องต้นจะกำหนดไว้ 15 วัน แต่หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย นายกรัฐมนตรี มีนโยบายให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเข้ามาชดเชยเพื่อ “อุ้ม” ราคาต่อไปไม่ให้พุ่งตามตลาดโลก เพื่อให้มั่นใจว่าค่าขนส่งจะไม่เป็นภาระต่อต้นทุนสินค้าและค่าครองชีพ
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายอยู่ที่ “การควบคุม” กรมการขนส่งทางบกเตรียมส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบความเรียบร้อยอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน ก็ต้องอาศัยพลังของภาคประชาชนหากพบการเรียกเก็บค่าโดยสารเกินจริง หรือไม่กดมิเตอร์โดยอ้างค่าน้ำมัน สามารถแจ้งสายด่วน 1584 ได้ทันที
รัฐบาลยืนยันว่า “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ต้องดูแลคนไทยก่อน ดังนั้น การตรึงราคาค่าขนส่งจึงเป็นด่านแรกที่จะป้องกันไม่ให้เศรษฐกิจไทยทรุดตัวไปตามกระแสลมสงคราม
บทสรุปในตอนนี้คือ “ประชาชนสบายใจได้ในระดับหนึ่ง” เพราะรัฐบาลยืนยันว่ามีเงินถุงเงินถังในกองทุนน้ำมันมากพอที่จะซัพพอร์ต แต่ในระยะยาว หากสงครามยืดเยื้อเกินคาดเราจะเห็นมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้หรือไม่
วันนี้ ต้องจับตาประกาศอย่างเป็นทางการจากกระทรวงคมนาคมให้ดี ใครที่ประกอบอาชีพขับรถสาธารณะต้องศึกษากติกา และใครที่เป็นผู้โดยสารต้องรักษาเอกสิทธิ์ของตัวเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews