สงครามอิหร่านยืดเยื้อ ทองบาทละ 100,000 แน่

Hot Clips Video

 

สงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกาและอิสราเอล กับอิหร่าน เข้าสู่วันที่ 5 และขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาคตะวันออกลางแล้ว เพราะอิหร่านตอบโต้เอาคืนด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในประเทศต่างๆโดยรอบ รวมถึงแหล่งธุรกิจ ผลประโยชน์ของชาวอเมริกัน ในซาอุดิอาระเบีย,การ์ตา,อิรัก,คูเวต,บาร์เรน,โอมาน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตลอดจนประกาศปิดช่องแคมฮอร์มุซเส้นทางเดินเรือขนส่งน้ำมันหลักของโลก พร้อมขู่เผาเรือทุกลำที่จะแล่นผ่าน สร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทย ซึ่งได้เห็นกันแล้วเมื่อวานนี้ มีบางปั้มประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ประชาชนแตกตื่นต่อคิวแห่เติมกักตุน จน”อนุทิน ชาญวีรกุล”นายกรัฐมนตรี ต้องใช้อำนาจสั่งการตรึงดีเซลไม่เกิน 2.94 บาท เป็นเวลา 15 วัน ก่อนหามาตราการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มติม

 

จากความขัดแย้งตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาทองคำ ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จนทำให้บรรดาเหล่านักวิเคราะห์ทองคำออกมาเตือนหากการสู้รบในตะวันออกกลางไม่ยุติภายใน 1 เดือน เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์ “ทองคำบาทละ 1 แสน”ในเร็วๆ นี้

 

“สมาคมค้าทองคำ”รายงานสถานการณ์ ราคาทองคำ ว่า เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569 มีความผันผวนอย่างรุนแรง เป็นผลมาจากข่าวสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ราคาทองคำแท่งพุ่งสูงขึ้นเป็นบาทละ 80,250บาท ส่วนรูปพรรณขยับเป็น บาทละ 81,050 บาท ดังนั้น หากสงครามยืดเยื้อ 1 เดือน หรือเกินกว่านั้น รวมถึงผลกระทบราคาพลังงานจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ราคทองพุ่งสูงมากขึ้นอีกโดยแบ่งกรอบออกเป็น 3 กรณี คือถ้ายืดเยื้อแบบจำกัดวง ราคาน่าะอยู่ที่ประมาณบาทละ 85,000-88,000 บาท, ถ้าบานปลายปิดช่องแคบฮอร์มุช ราคาน่าะอยู่ที่ประมาณบาทละ 95,000-100,000 บาทหรือถ้าขยายวงถึงขั้นสงครามโลก ราคาน่าจะทะลุบาทละ 120,000 บาท

 

“จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี”นายกสมาคมค้าทองคำ ชี้ว่าภาวะสงคราม และความผันผวนของค่าเงินบาท เป็นปัจจัยสำคัญ หากสงครามลากยาว 1 เดือน ฐานราคาที่ 80,000 บาท จะกลายเป็นแนวรับใหม่และมีโอกาสสูงมากที่จะเห็นทองไทย ทดสอบระดับ 90,000-95,000 ต่อ1 บาท ส่วนนักวิเคราะห์จาก “ฮั่วเซ่งเฮง”มองว่า อาจได้เห็นราคาพุ่งสู่ระดับ 100,000 บาทได้ ในกรณีบานปลายที่สุด

 

ทั้งนี้ หากสงครามตะวันออกกลาง ยืดเยื้อ และส่งผลกระทบรุนแรงไปที่ธุรกิจพลังงาน ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสูงขึ้น จะนำไปสู่ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง ก็จะทำให้ราคาทองคำทรงตัวและอยู่ในระดับสูงต่อไป แม้สงครามจะลดความรุนแรงลงในอนาคต ดังนั้น นักลงทุนรายย่อย ควรใช้ความระมัดระวังในการเข้าตลาดในช่วงนี้ เพราะราคาผันผวนรุนแรง และควรติดตามประกาศจากสมาคมค้าทองคำอย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews