กกต. คนกล้าท้าชน ! แจ้งจับปชช.ตรวจสอบเลือกตั้ง

Hot Clips Video คลิปข่าวทั่วไป

 

จากกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มอบหมายให้นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต.เข้าแจ้งความกองปราบปราม ให้ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้งและพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด, บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งทั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด โดยเหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ. 2569

 

โดยบุคคลที่ถูกกต.แจ้งความ มีทั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และยังมี ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain รวมถึงยังมีสื่อมวลชนด้วย

ซึ่งการแจ้งความดังกล่าว ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในวงกว้าง ว่า เมื่อประชาชนไปร่วมสังเกตการณ์ตรวจสอบแต่กลับถูกแจ้งความกลับ โดย นายครรชิต ระบุว่า การพิสูจน์ถ้าพิสูจน์ในกรอบของกฎหมายก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการพิสูจน์นอกกรอบกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย และพฤติการณ์ของภาคประชาชนในวันดังกล่าวก็มีลักษณะเกินขอบเขต จึงนำไปสู่การแจ้งความในครั้งนี้ สำหรับข้อหาที่แจ้ง คือ ความผิดตาม พ.ร.ก.กกต.ว่าด้วยการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน

ขณะที่ “นายวัส ติงสมิตร” นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา ได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวผ่านการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า การสังเกตการณ์ รวมถึงการตั้งกล้องถ่ายในพื้นอนุญาต ในจุดที่เจ้าหน้าที่มองเห็นได้ชัดเจน และต่อหน้าสาธารณะ คือการสร้างความตระหนักรู้ว่า ระบบที่ กกต. ใช้อยู่มีความเสี่ยงต่อการถูกคุกคามหรือถูกใช้เป็นเครื่องมือในการตรวจสอบว่าใครเลือกใคร (ซึ่งเอื้อต่อการซื้อสิทธิขายเสียง) “นี่ไม่ใช่พฤติกรรมของผู้ทุจริต” เพราะคงไม่มีใครตั้งกล้องถ่ายการโกงต่อหน้าเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชน

นอกจากนี้ ผลเสียที่อาจย้อนกลับมาหา กกต. คือ การตัดสินใจใช้กฎหมาย “แจ้งความดำเนินคดี” ในแง่มุมตรงข้าม แทนการ “ชี้แจงเชิงเทคนิค” นับเป็น “นิติสงคราม” ที่รัฐทำกับประชาชน

อาจส่งผลเสียต่อ กกต. ในระยะยาว คือ วิกฤติศรัทธาและความเชื่อมั่น เพราะ แทนที่สังคมจะมองว่ากลุ่มบุคคลนั้นทำผิด แต่คนจะเริ่มตั้งคำถามกับ กกต. แทนว่า “ทำไมระบบถึงเปราะบางจนถูกถอดรหัสได้ง่ายขนาดนั้น” การแจ้งความอาจถูกตีความว่าเป็นการ “กลบเกลื่อนความบกพร่อง” ของตัวระบบบัตรเลือกตั้งเอง

นอกจากนี้ ภาพลักษณ์การใช้อำนาจปิดปาก หากศาลวินิจฉัยว่ากลุ่มคนดังกล่าวทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ กกต. จะถูกมองว่าเป็นองค์กรที่ใช้อำนาจทางกฎหมายเพื่อข่มขู่ ทำให้ภาคประชาชนไม่กล้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์เลือกตั้งในอนาคต

และยังอาจจะมีการขยายผลเรื่อง “ความไม่โปร่งใส” เมื่อเรื่องถึงชั้นศาล ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ “รหัสบัตร” และ “กระบวนการพิมพ์” จะต้องถูกเปิดเผยเพื่อสู้คดี หากพบว่าบัตรเลือกตั้งมีช่องโหว่ที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลได้จริง กกต. อาจต้องเผชิญกับการฟ้องร้องให้การเลือกตั้งทั้งหมดเป็น “โมฆะ” เนื่องจากขัดต่อรัฐธรรมนูญที่บัญญัติให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ

ทางด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกรณีที่ ทำหน้าที่ของ กกต.ในการจัดการเลือกตั้ง ที่ผ่านมา ว่า ในส่วนของ กกต. ที่แจ้งความประชาชนและสื่อมวลชน มองว่าใช้ไม่ได้ อยู่ดีๆ 17วัน รีบประกาศทำไมเขาให้เวลาตั้ง60วันควรจัดการให้ชัดๆ ให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม ดังนั้นตนเองก็มีสิทธิคิดว่า การกระทำของกกต.เอื้อ นายอนุทิน ให้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ดังนั้นการเลือกตั้งก็ควรจะสุจริตและเที่ยงธรรม แต่นี่การเลือกตั้งกลิ่นคาวฉาวโฉ่ ทุกบัตร ซึ่งการที่ประชาชนบอกให้นับใหม่มันผิดตรงไหนเพื่อให้มันชัวร์ สื่อมวลชนก็ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ตัวเองแต่ทำเพื่อพี่น้องประชาชน ดังนั้นการไปฟ้องแบบนี้กระทำไปเพื่ออะไร

นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ในนามสมาคมสภาทนายความแห่งประเทศไทย กล่าวประณามการกระทำของ กกต. พร้อมทั้งส่งคำเรียกร้องไปยังสมาชิกรัฐสภา ให้ลุกขึ้นมาทำหน้าที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพและคืนอำนาจให้กับประชาชน ด้วยการเร่งผลักดันการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามเจตนารมณ์ของผลประชามติ เพื่อเปิดทางให้ประชาชนมีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าชื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจของประชาชนโดยมิชอบได้ เนื่องจากมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้ลิดรอนสิทธิดังกล่าวของประชาชนไป

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews