เหตุการณ์ระเบิดภายในคลังอาวุธของกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 21 จังหวัดสุรินทร์ กลายเป็นประเด็นที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่
แม้ทางการจะยืนยันชัดว่า ไม่ใช่วินาศกรรม แต่เป็น “อุบัติเหตุทางเทคนิค” ก็ตาม
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้รับรายงานเบื้องต้นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับการก่อวินาศกรรม และไม่มีความเชื่อมโยง กับสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา พร้อมย้ำว่า แม้จะเป็นอุบัติเหตุ แต่เหตุลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรการควบคุมและดูแลการเก็บรักษายุทธภัณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีกพร้อมยืนยันว่าขณะนี้สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว
สำหรับความกังวลของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีการอพยพออกจากบริเวณใกล้คลังอาวุธ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นไปตามแผนเผชิญเหตุด้านความปลอดภัยที่ทุกจังหวัดเตรียมไว้ล่วงหน้า เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุอยู่ใกล้แหล่งเก็บอาวุธ จึงต้องเคลื่อนย้ายประชาชนไปยังจุดปลอดภัยเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ด้าน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า พื้นที่ดังกล่าวก่อสร้างมานานกว่า 39 ปี มีคลังอาวุธรวม 7 คลัง และเกิดเหตุใน 2 คลัง ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนและเครื่องยิง จรวดอาร์พีจี โดยสามารถ “ตัดประเด็นก่อวินาศกรรมออกไปได้” เนื่องจากมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ทั้งกล้องวงจรปิด เจ้าหน้าที่เวรยาม และรั้วรอบขอบชิด ตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนสาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการปะทุของอุปกรณ์หรือเครื่องจุดระเบิดภายในคลัง ประกอบกับสภาพอากาศร้อนจัด และอาวุธบางส่วนอาจมีอายุการใช้งานมานานจนเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตาม ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงนิติวิทยาศาสตร์ โดยต้องรอผลอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ย้ำว่าการกล่าวถึงปัจจัยความร้อนไม่ใช่การด่วนสรุป แต่เป็นการประเมินตามพยานหลักฐานในเบื้องต้น และทุกอย่างต้องยืนยันด้วยผลตรวจพิสูจน์
ขณะที่พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ระบุว่า การดูแลคลังอาวุธทั้งของทหารและตำรวจเป็นไปตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ตั้ง การแยกพื้นที่ การบริหารความเสี่ยง และระบบการจัดเก็บ โดยปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะอากาศร้อนจัดในช่วงหน้าร้อน มักเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจทำให้เกิดการปะทุได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่น เช่น การเคลื่อนย้ายหรือการทำความสะอาด ซึ่งอาจกระทบต่อวัตถุที่มีความอ่อนไหวต่อแรงกระแทก
อย่างไรก็ตาม โฆษกกองทัพบก ย้ำว่า เหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นได้ยาก และจากข้อมูลที่มี ไม่ปรากฏลักษณะบ่งชี้ถึงการก่อวินาศกรรม อีกทั้งที่ตั้งคลังอาวุธส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ตอนใน ไม่ได้ตั้งอยู่แนวชายแดนหรือในชุมชนแออัด
ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิต มีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม แม้จะตัดประเด็นความมั่นคงออกไปได้ในระดับหนึ่ง แต่คำถามสำคัญที่ตามมาคือ มาตรฐานการเก็บรักษายุทธภัณฑ์ที่มีอายุการใช้งานยาวนาน ควรได้รับการทบทวนหรือไม่โดยเฉพาะในบริบทของสภาพอากาศที่ร้อนจัดขึ้นทุกปี
การบริหารคลังอาวุธไม่ใช่เพียงเรื่องของระบบรักษาความปลอดภัยจากภัยคุกคามภายนอก แต่ยังรวมถึงการจัดการความเสี่ยงภายใน ทั้งด้านโครงสร้างอาคาร สภาพอุปกรณ์ และวงจรการตรวจสอบบำรุงรักษา ท่ามกลางสถานการณ์ความอ่อนไหวด้านความมั่นคงในภูมิภาค การสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใส และอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
ดังนั้น เหตุระเบิดที่สุรินทร์ครั้งนี้ จึงไม่เพียงเป็นอุบัติเหตุที่ต้องหาคำตอบเชิงเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นบททดสอบมาตรฐานความปลอดภัยของคลังอาวุธทั้งระบบ ว่าจะสามารถยกระดับการป้องกันและลดความเสี่ยงในอนาคตได้มากน้อยเพียงใด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews