บรรยากาศการเมืองหลังการเลือกตั้งยังอยู่ในช่วงคุกรุ่น หนึ่งในคำถามสำคัญที่ถูกจับตามอง คือ ท่าทีของ พรรคภูมิใจไทย ต่อ พรรคกล้าธรรม จะเป็นการ “ดึงเข้าร่วม” เพื่อเสริมเสถียรภาพรัฐบาลหรือเว้นระยะเพื่อรอความชัดเจนทางการเมืองมากกว่านี้ หลังมีกระแสข่าวการต่อรองการเข้าร่วมรัฐบาล ที่พรรคภูมิใจไทย ยื่นเงื่อนไขทวงคืน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาอยู่ภายใต้การดูแลของพรรคภูมิใจไทยไม่เช่นนั้น จะตัดพรรคกล้าธรรม ออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
ซึ่งสัญญาณแรกที่ทำให้กระแสนี้ร้อนแรงขึ้นอีก คือ การเปิดเผยของนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ว่าได้มีการต่อสายพูดคุยกับนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยแล้ว แม้จะเป็นเพียงการพูดคุยสั้นๆแต่ก็เพียงพอให้การเมืองเริ่มขยับ
และวานนี้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ยังไม่ได้เจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับใคร ขอรอความชัดเจนการรับรองผลเลือกตั้งจาก กกต. ครบ 95% ก่อน ย้ำไม่ออกตัวหรือเดินเกมต่อรองถือมารยาททางการเมืองให้พรรคแกนนำ คือ ภูมิใจไทย ดำเนินการก่อน
พร้อมยังปฏิเสธข่าวลือว่าภูมิใจไทยไม่รับกล้าธรรมหรือมีการแย่งกระทรวง บอกเป็นการนำเสนอของสื่อเอง และย้ำว่า การจัดสรรตำแหน่งเป็นเรื่องของแกนนำพรรค ไม่ยึดกระทรวงใดเป็นเงื่อนไข และกล้าธรรมจะไม่รวบเสียงพรรคเล็กไปต่อรองทางการเมือง
ส่วนแกนนำพรรคภูมิใจไทย อย่างเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยอมรับตรงไปตรงมาว่า มีการโทรศัพท์พูดคุยกันจริงแต่ย้ำว่า ยังไม่ใช่การเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยเห็นว่าควรให้ระดับหัวหน้าพรรคพูดคุยกันก่อนโดยเฉพาะการหารือระหว่าง นายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กับร.อ.ธรรมนัส
ซึ่งประเด็นสำคัญที่สังคมจับตา คือ คำยืนยันจาก ฝั่งกล้าธรรมว่า“ไม่มีเงื่อนไข” ในการเข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งนายไชยชนก ยอมรับว่า ได้คุยเรื่องนี้จากนายไผ่โดยตรง แต่ขอรอความชัดเจนและการแถลงอย่างเป็นทางการสะท้อนท่าทีของภูมิใจไทยที่ “ไม่รีบ แต่ไม่ปิดประตู”
ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ระบุว่า ให้สัมภาษณ์ไปหมดแล้ว ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามจังหวะ พร้อมหัวเราะเบาๆ ก่อนบอกว่า “ใจเย็นๆ”
อีกด้านหนึ่ง คือ นายอัครา พรหมเผ่า ว่าที่ สส.พรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคเตรียมประชุมในวันที่ 19 ก.พ. เพื่อกำหนดทิศทางทางการเมือง แต่ยืนยันว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานอย่างเป็นทางการกับภูมิใจไทย และยังไม่มีวาระชัดเจนเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาล
นายอัครา ยังย้ำหลักมารยาททางการเมืองว่าพรรคอันดับหนึ่งควรเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลและการเชิญพรรคอื่นเข้าร่วม ควรเป็นไปตามลำดับ ขณะเดียวกัน ก็ลดกระแสข่าวเรื่องการ “ยึดคืนกระทรวง” โดยระบุว่า การจัดสรรตำแหน่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และไม่ควรตีความไปเองว่าจะเกิดความขัดแย้งระหว่างสองพรรค
เมื่อมองภาพรวม การเคลื่อนไหวระหว่างภูมิใจไทยกับกล้าธรรม จึงยังไม่ใช่เกมเปิดหน้า แต่เป็นการ “วัดจังหวะ” และ “อ่านท่าที” ทางการเมืองทั้งสองฝ่ายต่างย้ำจุดยืนเดียวกันคือ ไม่ปิดประตู ไม่ตั้งเงื่อนไข และรอความชัดเจนอย่างเป็นทางการ ว่าพรรคภูมิใจไทย จะเลือก “ดึง” พรรคกล้าธรรมเข้ามาเสริมความแข็งแรงของรัฐบาลแม้วันนี้ นายอนุทิน จะบอกว่า ได้คุยกับพรรคกล้าธรรม แล้ว แต่ยังไม่ได้มีภาพการแถลงท่าทีอย่างเป็นทางการ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews