ครึ่งซีซั่นก็ไม่รอ พรีเมียร์ลีกเชือด 8 โค้ช ทีมใหญ่หนีไม่พ้น

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

 

เสียงนกหวีดในสนามอาจดังแค่ 90 นาที แต่เสียงกดดันรอบด้านในศึก Premier League ดังยาวตลอด 24 ชั่วโมง ในศึก Premier League ไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดยืดเยื้อ ฤดูกาล 2025/26 เพิ่งผ่านครึ่งทาง แต่เก้าอี้กุนซือสั่นคลอนไปแล้วถึง 8 ราย และมีทีมใหญ่ติดโผถึง 3 สโมสร สะท้อนชัดว่าเวทีลูกหนังระดับนี้วัดกันที่ผลงานล้วน ๆ ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้ เพราะทุกนัดหมายถึงเงินมหาศาล อันดับในตารางมีผลต่อรายได้และภาพลักษณ์สโมสร ขณะที่ความคาดหวังจากแฟนบอลทั่วโลกกดดันแบบไม่มีวันหยุด

 

 

และที่น่าสนใจคือมีทีมยักษ์ใหญ่อย่าง Chelsea F.C., Manchester United F.C. และ Tottenham Hotspur F.C. ติดโผรวมอยู่ด้วย ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่า “ชื่อเสียง” หรือ “ขนาดสโมสร” ไม่ได้การันตีความปลอดภัยของเก้าอี้กุนซือแม้แต่น้อย

 

รายชื่อกุนซือที่ถูกปลดในฤดูกาลนี้ประกอบด้วย

1. Nuno Espírito Santo (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 9 กันยายน 2025
2. Graham Potter (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด) – 27 กันยายน 2025
3. Ange Postecoglou (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 18 ตุลาคม 2025
4. Vítor Pereira (วูล์ฟแฮมป์ตัน) – 12 พฤศจิกายน 2025
5. Enzo Maresca (เชลซี) – 1 มกราคม 2026
6. Rúben Amorim (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) – 5 มกราคม 2026
7. Thomas Frank (ทอตแนม ฮอตสเปอร์) – 11 กุมภาพันธ์ 2026
8. Sean Dyche (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์) – 12 กุมภาพันธ์ 2026

 

 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สะท้อนชัดที่สุดคือ “แรงกดดันของทีมใหญ่” ที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ความผิดพลาดยืดเยื้อ

 

 

เริ่มที่ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ มาเรสก้า แม้ภาพรวมตัวเลขไม่เลวร้าย แต่ผลงานช่วงปลายปี 2025 ชนะเพียง 1 จาก 7 นัดหลังสุดในลีก ทำให้ความเชื่อมั่นสั่นคลอนอย่างหนัก ณ วันที่ถูกปลด ทีมรั้งอันดับ 5 มี 30 คะแนนจาก 19 นัด (ชนะ 8 เสมอ 6 แพ้ 5) ตามหลังจ่าฝูงราว 15 แต้ม ซึ่งอาจดูไม่เลวในสายตาทีมทั่วไป แต่สำหรับสโมสรที่ตั้งเป้าลุ้นแชมป์ นั่นถือว่าหลุดเป้า ปัญหาการเสียแต้มจากเกมที่ขึ้นนำ รวมถึงกระแสข่าวความตึงเครียดภายใน ทำให้บอร์ดตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทันที

 

 

ด้าน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของ อโมริม ก็ไม่ต่างกัน แม้อันดับตอนถูกปลดจะอยู่ที่ 6 ของตาราง จาก 20 นัด เก็บได้ 31 คะแนน (ชนะ 8 เสมอ 7 แพ้ 5) และยังเกาะกลุ่มลุ้นท็อปโฟร์ แต่ฟอร์มปลายปีที่ชนะเพียง 1 จาก 5 นัด บวกกับรูปแบบการเล่นที่ยังไม่ตอบโจทย์เกมใหญ่ ทำให้เสียงวิจารณ์ถาโถม สโมสรระดับ “ปีศาจแดง” ไม่ได้วัดกันแค่พื้นที่ยุโรป แต่ต้องลุ้นแชมป์ และเมื่อทิศทางทีมไม่ชัดเจน การตัดสินใจก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

 

ส่วน สเปอร์ ภายใต้การคุมทีมของ โธมัส แฟรงค์ สถานการณ์หนักหนากว่าใคร เมื่อทีมรูดไปอยู่อันดับ 16 จาก 24 นัด มี 24 คะแนน (ชนะ 6 เสมอ 6 แพ้ 12) เหนือโซนตกชั้นเพียงไม่กี่แต้ม ฟอร์มช่วงต้นปี 2026 ที่ชนะ 1 จาก 6 นัด ทำให้ความอดทนของแฟนบอลหมดลง แม้ทีมจะยังมีจังหวะเกมรุกที่น่าตื่นตา แต่ปัญหาเกมรับและการเสียแต้มในช่วงสำคัญ กลายเป็นปมที่ฉุดทีมอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายบอร์ดบริหารเลือก “ตัดไฟแต่ต้นลม”

 

 

บทสรุปของครึ่งฤดูกาล 2025/26 จึงสะท้อนชัดว่า บนเวทีพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะกับทีมใหญ่ “อันดับดีอย่างเดียวไม่พอ” หากฟอร์มไม่สม่ำเสมอ ทิศทางทีมไม่ชัด หรือความเชื่อมั่นเริ่มสั่นคลอน เก้าอี้กุนซือก็พร้อมสั่นไหวได้ทุกเมื่อ นี่คือความโหดของลีกที่คำว่า “ไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้” ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือความจริงที่เกิดขึ้นแล้วกับ 8 กุนซือในฤดูกาลเดียว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews