ตัวเลขอุบัติเหตุ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ช่วง4วันแรก พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้น 1,000 ครั้ง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1,002 คน โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุ ยังคงเป็นการขับรถเร็ว แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากสมรรถนะทางร่างกาย ของผู้ที่ใช้ใบขับขี่ตลอดชีพ ในอนาคตอาจจำเป็นต้องมีการทบทวนใหม่
ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานการประชุม ได้รายงานสรุปข้อมูลอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2568 ประจำวันที่ 14 เม.ย. ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” พบว่า เกิดอุบัติเหตุ จำนวน 241 ครั้ง ลดลง 23.97% บาดเจ็บ 249 คน ลดลง 21.94% และมีผู้เสียชีวิต 34 ราย ลดลง 15%
โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย 11 ครั้ง รองลงมาคือจังหวัดลพบุรี 9 ครั้ง และนราธิวาส พะเยา พัทลุง ลำปาง สุพรรณบุรี แพร่จังหวัดละ 8 ครั้ง
จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย 13 คน รองลงมาคือสุราษฎร์ธานี 11 คน และลพบุรี 10 คน
โดยจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว 6 ราย รองลงมาคือ นครสวรรค์ 4 ราย พิษณุโลก ลพบุรี สุพรรณบุรีและเชียงราย จังหวัดละ 2 ราย
ส่วนยอดสะสม 4 วัน (11-14 เมษายน) เกิดอุบัติเหตุ 1,000 ครั้ง ลดลง 21.51% ผู้บาดเจ็บ 1,002 คน ลดลง 21.78% ผู้เสียชีวิต 138 ราย ลดลง 26.60%
จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ในช่วง 4 วัน ที่ผ่านมา คือ กรุงเทพมหานคร 13 ราย
โดยสาเหตุที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ดื่มแล้วขับ และทัศนวิสัยไม่ดี
และยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ยังคงเป็น รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือ รถปิกอัพ/กระบะ
ซึ่งจากสถิติในช่วง 4 วัน พบว่า สภาพรถเป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุโดยส่วนหนึ่ง รถมีอายุการใช้งานสูง 20-30 ปีทำให้ไม่มีอุปกรณ์นิรภัยที่ครบถ้วน การตรวจสภาพรถไม่พร้อมใช้งานในการขับขี่ แม้จะเป็นเพียงช่วงระยะทางสั้นๆก็ส่งผลทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยได้มีการกำชับให้เข้มงวดกับการตรวจสภาพรถให้มากขึ้น
นอกจากนี้ ยังต้องกวดขันใบอนุญาตขับขี่ โดยเฉพาะใบขับขี่ประเภทตลอดชีพ อาจจะมีการเชิญทบทวนตรวจสอบสมรรถนะของร่างกาย กฎหมายที่มีการเปลี่ยนไปจะต้องมาอัพเดทข้อมูล สภาพเทคโนโลยีของรถที่เปลี่ยนแปลงอาจจำเป็นต้องมีการทบทวนใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews