วันนี้ทางด้านาน ของ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวนเป็นหัวหน้าคณะทำงานกำกับการสอบสวนคดีเป้รักผู้การภาค 2 ได้เดินทางมา นัดหมายผู้ต้องหาชุดเเรกของคดีเป้รักผู้การ ภาค2 คดีฟอกเงิน เข้ารับทราบข้อกล่าวหา
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นคดีแรก เป็นไปตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาหรือทำให้บุคคลสูญหายเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะใหม่ แต่ว่าเป็นความผิดที่เกี่ยวกับความผิดต่อเจ้าพนักงานคืออดีตผู้การฯจ.ชลบุรีกับพวก สำนวนแรกได้ทำเสร็จไปเรียบร้อย อยู่ในชั้นอัยการ สั่งคดีแล้วส่วนสำนวนที่ 2 ที่ทำคือสำนวนเกี่ยวกับการฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน มาตรา 31 เป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับเรื่องเดิมเป็นความผิดเฉพาะฐานฟอกเงิน
จากการสรุปที่ประชุม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะอัยการทำหน้าที่ในการตรวจสอบและกำกับสำนวนเนื่องจาก กฎหมายดังกล่าวการป้องและปราบปรามการทรมานให้อัยการเข้ามาตรวจสอบ โดยมี พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน มีข้อสรุปว่า วันนี้ และ พรุ่งนี้ จะมีการแจ้งข้อกล่าว ผู้ต้องหา 17 ราย ส่วนนาย บอยพัทยา ก็จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาในวันนี้ จะแจ้งข้อหา พ.ร.บ.ฟอกเงิน เกิดจากการสืบสวนของตำรวจพบเส้นทางการเงิน หลังจากได้มีการกระทำความผิดในวันดังกล่าว และจะต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาหากไม่มาและมีเหตุผลสมควรก็จะเลื่อนออกไปก่อน แต่หากหายไปเลยไม่แจ้งเหตุผล ขั้นตอนต่อไปก็จะต้องออกหมายจับ
ทางด้าน นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าพบคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนคดีเป้รักผู้การ 140ล้านเพื่อมอบหลักฐานและสอบปากคำในกรณีรองผบก.ตำรวจไซเบอร์เกี่ยวพันกับการฟอกเงิน660ล้านและจะยื่นหลักฐานใหม่ผู้ที่ร่วมขบวนการอยู่เบื้องหลังระดับสูงในการรีดเงินนายเป้140ล้าน
ทั้งนี้จะมีการตั้งทีมกฎหมายมาช่วย นายวีระ นาทรัพย์ หรือบอย พัทยา ที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ว่ามีความผิดหรือไม่ หากไม่ผิดก็ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะเรื่องนี้มีเรื่องของบุคคลที่สามเกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้ข้อมูลว่าบุคคลที่สามยังไม่ถูกดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงิน ทั้งยังรับฟอกเงินให้กับตำรวจและนักการเมือง โดยหลังจากนี้ตนจะนำหมายศาลขอสเตทเม้นท์เดินบัญชีของ บุคคลที่สามเพื่อมาตรวจสอบว่ามีตำรวจและนักการเมืองคนไหนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ยืนยันว่าตนเอง มีหลักฐานทุกอย่างหากมีการฟ้องตนเองก็จะนำหลักฐานเอกสารทั้งหมดมาเปิดเผยพร้อมกับวิดีโอภาพและเสียงหลักฐานการโอนเงินการจ่ายเงิน
ต่อมา นายวีระ นาทรัพย์ หรือเสี่ยบอยพัทยา อายุ 39 ปี มารับทราบข้อกล่าวหา เป็นผู้ต้องหาชุดเเรกของคดีเป้รักผู้การ ภาค2 ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ในข้อหา พ.ร.บ.ฟอกเงิน เกิดจากการสืบสวนของตำรวจ พบเส้นทางการเงินหลังจากได้มีการกระทำความผิดในวันดังกล่าว โดยมีการสอบสวน นานถึง 1 ชั่วโมง
ขณะที่ นายวีระ นาทรัพย์ หรือเสี่ยบอยพัทยา หลังรับทราบข้อกล่าวหา เรียบร้อย ได้เปิดเผย กับสื่อมวลชน ว่า วันนี้ตนเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา ในคดี ฟอกเงิน ตนยืนยันว่า บริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะให้ตรวจสอบทุกอย่างและขอยืนยันอีกครั้งว่า ตนไม่มีเส้นเงิน และไม่ได้รับเงินตรงนี้ แต่ตนโดนแจ้งข้อกล่าวหาไว้ก่อน และจะเอาหลักฐานที่มีมาต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม และตนอยากฝากที่ พี่คนหนึ่งที่อยู่ในคณะนี้ และเคยสนิทกัน ว่า อย่าใช้เรื่องส่วนตัวเรื่องคนสนิทของเขา ที่มีขอพิพาท ในเกาะล้าน อย่ารังแก ตนในเรื่องนี้ แต่ถ้ายังไม่หยุดตนก็จะแฉกลับเช่นกัน
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews