ทีเด็ด “หุ้นปันผล” นายกฯเศรษฐาพารวย

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

 

 

ในห้วงจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับปัจจัยลบที่เข้ามาฉุดรั้งดัชนีให้ปรับตัวลงหลุด 1,400 จุดเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งเชื่อมโยงกับการปรับขึ้นลงอัตราดอกเบี้ยของเฟด, ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง, การรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน, ความคืบหน้าของ Digital Wallet รวมทั้งแลนด์บริดจ์, ทิศทาง Fund Flow ที่ว่ากันว่ายังคงไหลออก และยังมีประเด็นการเมืองที่ในสัปดาห์นี้ 31 มกราคม 2567 จะมีการวินิจฉัยของ ศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพรรคก้าวไกล กับการแก้ไข มาตรา 112

 

 

 

 

ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย ระบุว่า ดัชนีหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่วงลงแรงช่วงต้นสัปดาห์ และแตะจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 3 ปี 3 เดือนที่ 1,352.48 จุด โดยเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มแบงก์หลังผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2566 ออกมาต่ำกว่าคาด ประกอบกับมีปัจจัยลบจากข่าวสำนักงานเศรษฐกิจการคลังปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 และ 2567 ลง ทำให้วันศุกร์ที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนี ปิดที่ระดับ 1,368.15 จุด ลดลง 1.04% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน

 

ดังนั้นการลงทุนในตลาดหุ้นที่มีความไม่แน่นอนสูง เราจะลงทุนอย่างไร เพื่อไม่ให้เจ็บตัว และแถมได้กำไรจากการลงทุน สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.คุยกับ “นายไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ในประเด็นนี้ โดย “นายไพบูลย์” กล่าวว่า การลงทุนในปีนี้ 2567 ไม่ง่าย เพราะมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้นการลงทุนจะต้องมีความระมัดระวัง โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจช่วงนี้คือกลุ่มหุ้นที่จ่ายเงินปันผล

 

“เป็นอีกปีที่ลงทุนไม่ง่าย เพราะว่าเรายังไม่ได้ภาพของเศรษฐกิจโลกที่จะมาช่วยเรา และของในประเทศเราเอง ก็ยังมีประเด็นความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง ฉะนั้นการลงทุนก็ยังจำเป็นต้องระมัดระวัง กลุ่มที่น่าสนใจที่สุด ก็น่าจะเป็นกลุ่มที่จ่ายเงินปันผลดี เพราะว่าในช่วงที่ผ่านมา ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สามารถที่จะ Outperform ตลาดได้ และถ้าไม่รู้กลุ่มนี้มีอะไรบ้าง ทางตลาดหลักทรัพย์มีการจัดทำอยู่แล้ว ตัวหุ้นเงินปันผลสูง น Index ที่ชื่อว่า SETHD คือ SET High Dividend Index ซึ่งไปดูได้มีหุ้นอยู่ 30 ตัวในนั้น ก็น่าสนใจ ฉะนั้นช่วงนี้ก็อาจจะต้องโฟกัสหุ้นเหล่านี้ หรือไม่ก็หุ้นที่อาจจะได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวซึ่งก็ยังมีความน่าสนใจอยู่”

 

ขณะที่ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส ระบุว่า Fund Flow ยังคงไหลออก ทำให้ระยะสั้น การปรับตัวขึ้นของดัชนีตลาดหุ้นไทยยังเกิดขึ้นยาก กลยุทธ์ที่แนะนำจึงเป็นการ เลือกหุ้นคุณภาพดี ถือ ลงทุนระยะยาว และหากเป็นหุ้นที่ให้ Dividend Yield ระดับสูง ก็น่าจะสร้างโอกาส สร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต ส่วนแรงเทขายของนักลงทุนต่างชาติที่เกิดขึ้นนั้น ทางรัฐบาล, แบงก์ชาติ, ตลาดหลักทรัพย์ฯ, กลต., โบรกเกอร์ จะต้องช่วยเรียกความเชื่อมั่นให้กลับมาลงทุนอีกครั้ง

 

ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีเศรษฐา เคยกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “นโยบายและทิศทางการพัฒนาตลาดทุนไทย” ไว้อย่างสนใจ โดยยืนยันว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับตลาดทุนเป็นอย่างมาก พร้อมย้ำ 3 แนวทางสำคัญ ที่รัฐบาลจะเสริมสร้างจุดแข็งของตลาดทุนไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อาทิ การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ผลักดันให้ตลาดทุนไทยเป็น investment destination ของภูมิภาค โดยจะมีการโรดโชว์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน และนี่ก็เป็นแนวทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยที่วันนี้ “หุ้นปันผล” ยังคงมีโดดเด่นเป็นอย่างมากนั่นเอง

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews