จาก”โจ้ ถุงดำ”ถึง”ลุงเปี๊ยก” รวม10 วิธีซ้อมทรมานสุดโหด

Video คลิปข่าวทั่วไป ข่าว

 

คดีแก็งเด็กโหดสุดเหี้ยมกระทำต่อป้าบัวผัน หรือ ป้ากบจนวายชนม์ ยังไม่จบ เพราะปมลุงเปี๊ยก สามีป้าบัวปันที่ถูกถุงดำคลุมหัวเพื่อให้รับสารภาพ ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะวงการตำรวจถูกสั่นคลอนความศรัทธาอีกครั้งหลังจาก “โจ้ ถุงดำ”อดีตผู้กำกับเมืองนครสวรรค์ ตกเป็นผู้ต้องหาหลังร่วมกับลูกน้อง 6 คนใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาจนขาดอากาศหายใจดับดิ้นคาห้องสืบสวน ซึ่งคราวนี้เรื่องของการซ้อมทรมานถูกจุดพลุอีกครั้งสังคมทวงถามอย่างหนัก

 

 

 

ล่าสุด “กัน จอมพลัง” พา หลานลุงเปี๊ยก ร้องดีเอสไอ สอบตร.ถุงดำคลุม เข้าข่ายพ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่ หลังลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำถอดเสื้อในห้องแอร์ ทรมานให้รับสารภาพ โดย กัน จอมพลัง บอกว่า ผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีตำรวจเพียงสองคนที่เข้าข่ายความผิดวินัย และมีเพียงคนเดียวที่ผิดมาตรา 157 ตนเองจึงยื่นดีเอสไอ ช่วยตรวจสอบ ว่าการทำงานของตำรวจ มีใครเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมหรือไม่

 

ในมุมนักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสวนาประเด็น “ลุงเปี๊ยก” สะท้อนกระบวนการยุติธรรมไทย อาจารย์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ระบุว่า เป็นการสะท้อนปัญหาของตำรวจ ว่า ตำรวจไม่เคารพสิทธิของประชาชนไม่เคารพกฎหมาย พร้อมถามไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือไม่ นอกเหนือจากมาตรา 157 ซึ่ง ตร.ต้องเอาจริงป้องกันการละเมิดกฎหมาย

 

ก่อนหน้านี้ เว็บประชาไท เคยนำเสนอรายงาน10 ปีกับการซ้อมทรมาน 10 ปีของความยุติธรรมที่หายไป ของ ทวีพร คุ้มเมธา โดยประมวล 11 วิธีการซ้อมทรมาน ซึ่งระบุว่า “วิธีการซ้อมทรมาน และการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยใช้ เช่น มัดมือด้วยเชือก บีบคอ กดหน้าจุ่มน้ำ ชกต่อย เตะ ต่อยท้อง ตบหน้า ทุบตีด้วยไม้กระบองที่หุ้มผ้า กระแทกหัวกับผนัง การช็อตด้วยไฟฟ้า ช็อตด้วยไฟฟ้าที่อวัยวะเพศ การใช้ถุงดำคุลมศีรษะเพื่อให้กลัว และขาดอากาศหายใจ

 

 

ซึ่งบางวิธีก็จะทิ้งรอยบาดเจ็บที่ร่างกาย ในขณะที่บางอย่างก็ไม่ทิ้งรอยเลย เช่น ขังไว้ในห้องที่ไม่มีหน้าต่างและไม่รู้กลางวันกลางคืน ทิ้งให้อยู่ในสภาพอากาศร้อนจัด หรือเย็นจัด และมืดจัดเป็นเวลานาน ยังมีการขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้าย และ หรือทำร้ายสมาชิกในครอบครัว และการบังคับให้ทานสารบางอย่างที่ทำให้หมดสติ และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หรือการใช้ถุงดำคุลมหัว
สอดคล้องกับที่ทางนิตยสารเวย์ออนไลน์ เคยรวบรวบ20 รูปแบบการซ้อมทรมานของเจ้าหน้าที่รัฐไทย
ซึ่งอ้างอิง มาจาก รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย่ำยีศักดิ์ศรีฯ ในจังหวัดชายแดนใต้ ปี 2557 -2558คือ 1. การข่มขู่ การใช้วิธีนี้ไม่ทำให้เหยื่อเสียชีวิต แต่ทำให้เหยื่อมีความทรงจำเลวร้ายเหล่านั้น 2 .การซักถามที่ใช้เวลานาน 3. การรบกวนการนอน สามารถสร้างความเจ็บปวดถ้ามีการบังคับไม่ให้นอนเป็นระยะเวลานาน
4 .ขังเดี่ยวในห้องขนาดเล็ก 5.ทำให้สูญเสียประสาทสัมผัสเช่น ผ้าปิดตา ใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะ 6 .ทุบตี ทำร้ายร่างกาย 7. มัดและใช้น้ำเย็นหรือ อุ่นหยดลงในร่างกาย 8 .ทำให้สำลักหรือบีบคอ 9.บดขยี้  ส่วนหนึ่งของร่างกาย 10.ทำให้จมน้ำ11. การให้อยู่ในอุณหภูมิสุดขั้ว12.การเฆี่ยน การตี ลงแส้ 13 .เอาแผ่นร้อนมาจี้ที่เท้า 14.ใช้ไฟฟ้าช็อต 15. บังคับให้กิน/ดื่ม 16 .ทำให้บาดเจ็บที่เข่า 17 .เสียงดัง 18 .ทำให้ขาดอากาศ 19. ล่วงละเมิดทางเพศ 20. การบังคับให้ทำท่าต่างๆ
อย่างไรก็ตามต้องติดตามว่าเมื่อสังคมตื่นตัวตาสว่างในเรื่อง “ซ้อมทรมาน”กันแล้ว จะสามารถทำให้ “เจ้าหน้าที่รัฐ” ตื่นรู้ และเลิกกระบวนการสอบสวนแบงเดิมๆ ที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายกาจได้อย่างจริงจังหรือไม่?

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews