คดีแก็งเด็กโหดสุดเหี้ยมกระทำต่อป้าบัวผัน หรือ ป้ากบจนวายชนม์ ยังไม่จบ เพราะปมลุงเปี๊ยก สามีป้าบัวปันที่ถูกถุงดำคลุมหัวเพื่อให้รับสารภาพ ทำให้กระบวนการยุติธรรมของไทย โดยเฉพาะวงการตำรวจถูกสั่นคลอนความศรัทธาอีกครั้งหลังจาก “โจ้ ถุงดำ”อดีตผู้กำกับเมืองนครสวรรค์ ตกเป็นผู้ต้องหาหลังร่วมกับลูกน้อง 6 คนใช้ถุงดำคลุมศีรษะผู้ต้องหาจนขาดอากาศหายใจดับดิ้นคาห้องสืบสวน ซึ่งคราวนี้เรื่องของการซ้อมทรมานถูกจุดพลุอีกครั้งสังคมทวงถามอย่างหนัก
ล่าสุด “กัน จอมพลัง” พา หลานลุงเปี๊ยก ร้องดีเอสไอ สอบตร.ถุงดำคลุม เข้าข่ายพ.ร.บ.อุ้มหายหรือไม่ หลังลุงเปี๊ยกถูกคลุมถุงดำถอดเสื้อในห้องแอร์ ทรมานให้รับสารภาพ โดย กัน จอมพลัง บอกว่า ผลของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีตำรวจเพียงสองคนที่เข้าข่ายความผิดวินัย และมีเพียงคนเดียวที่ผิดมาตรา 157 ตนเองจึงยื่นดีเอสไอ ช่วยตรวจสอบ ว่าการทำงานของตำรวจ มีใครเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมหรือไม่
ในมุมนักวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เสวนาประเด็น “ลุงเปี๊ยก” สะท้อนกระบวนการยุติธรรมไทย อาจารย์ ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ระบุว่า เป็นการสะท้อนปัญหาของตำรวจ ว่า ตำรวจไม่เคารพสิทธิของประชาชนไม่เคารพกฎหมาย พร้อมถามไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่ามีการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 หรือไม่ นอกเหนือจากมาตรา 157 ซึ่ง ตร.ต้องเอาจริงป้องกันการละเมิดกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เว็บประชาไท เคยนำเสนอรายงาน10 ปีกับการซ้อมทรมาน 10 ปีของความยุติธรรมที่หายไป ของ ทวีพร คุ้มเมธา โดยประมวล 11 วิธีการซ้อมทรมาน ซึ่งระบุว่า “วิธีการซ้อมทรมาน และการปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ที่เจ้าหน้าที่รัฐไทยใช้ เช่น มัดมือด้วยเชือก บีบคอ กดหน้าจุ่มน้ำ ชกต่อย เตะ ต่อยท้อง ตบหน้า ทุบตีด้วยไม้กระบองที่หุ้มผ้า กระแทกหัวกับผนัง การช็อตด้วยไฟฟ้า ช็อตด้วยไฟฟ้าที่อวัยวะเพศ การใช้ถุงดำคุลมศีรษะเพื่อให้กลัว และขาดอากาศหายใจ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews